ทุเรียน ก้านยาว นนท์ ลูกละ 3 พันบาท

ลบ แก้ไข

วันที่ ย่าหวาน ขายสวนทุเรียน ปีนี้ขายก้านยาวได้ 3 พัน ..แต่ขอโทษมีลูกเดียว !


   

 

 

 

 

 

 

"ขวัญใจ ชื่นแพ้ว หรือ ย่าหวาน" ในวัย 76 ปีเจ้าของสวนทุเรียนนนท์ย่านบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็น สวนทุเรียน ขนาด 3 ไร่ ที่ตกทอดกันมายาวนานถึง 4 รุ่น หากว่าตอนนี้สวนทุเรียนของย่าหวานจะกลายเป็นอดีตไปเสียแล้วเมื่อย่าหวานประกาศจะขายทิ้ง เมื่อ สภาพแวดล้อมเปลี่ยน ดินเปลี่ยน น้ำเปลี่ยน วิถีชีวิต ของคนก็เปลี่ยนหมู่บ้านจัดสรรก็พาเหรดกันเข้ามาแทนที่สวนทุเรียน

สุดท้ายในวัยขนาดนี้และไม่มีใครมาสืบทอดก็ต้องขาย ลูกหลานก็บอกว่า ...ขายเถอะย่า

ย่าหวานเป็นคนเมืองนนท์มาตั้งแต่กำเนิดและมรดกของชวดคือ สวนทุเรียนก็ได้ตกมายังย่าหวานซึ่งยาวนานถึง 4 ชั่วอายุคน

เวลาบ่ายแก่ๆ เป็นเวลาดีที่มีนัดคุยกับ "ย่าหวาน" เจ้าของสวนทุเรียนเมืองนนท์ที่เปิดประตูต้อนรับเป็นกันเอง ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แต่เมื่อได้ยินว่า ย่าหวานประกาศขายสวนทุเรียนก็แทบใจหาย

"ใครซื้อก็ขาย" ย่าหวานหัวเราะ ภายในใจก็เสียดายที่พื้นที่ทำกินตั้งแต่ของชวดต้องหมดไปกับรุ่นของตัวเอง แต่ก็จะให้ทำอย่างไรเสีย เมื่อลูกหลานหันไปประกอบอาชีพอย่างอื่นกันหมด

สวนทุเรียนบางส่วนก็ถูกขายไปบ้างแล้ว เหตุเพราะเมื่อ 10 กว่าปี หมู่บ้านจัดสรรได้เข้ามาและล้อมสวนทุเรียนของย่าหวานจนกลายเป็นพื้นที่ตาบอดไม่มีทางออกก็เลยจำยอมต้องขายไปให้กับหมู่บ้านจัดสรรหมู่บ้านจัดสรรจึงซื้อไป ตอนนั้นแค่ตารางวาละ 3,000 บาท

ย่าหวาน ตั้งราคาที่ดินสวนทุเรียน ตารางละ 20,000 บาท

ก่อนหน้านี้ บางกรวยมีแต่สวนทุเรียน ต่อมาชาวสวนก็ขายสวนทุเรียน กำเงินสดได้ไม่นาน ก็ใช้เงินจนหมด..ไม่มีอะไรเหลือ

การขยายตัวของบ้านจัดสรรในจังหวัดนนทบุรีก็เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำให้น้ำเสีย อดีตคนงานที่ย่าหวานจ้างให้มาขุดดินในสวนยังชมว่าน้ำในท้องร่องหวานจัง หากว่าตอนนั้นยังไม่มีบ้านจัดสรร แต่เดี๋ยวนี้มีบ้านจัดสรร หมู่บ้านชอบปล่อยน้ำเสียลงคลองทำให้น้ำเน่าเสีย

"สมัยก่อน น้ำในร่องสวนทุเรียน ใสแจ๋ว ดื่มกินได้ แต่เดี๋ยวนี้น้ำเน่าเหม็น ทุเรียนที่ ลงใหม่ยังไม่โตเลย" ย่าหวานเล่า

ขณะที่ภาครัฐที่น่าจะเข้ามาดูแล กลับ ทำหน้าที่เพียงเก็บภาษีเพิ่ม ยิ่งทำให้ชาวสวนทุเรียนยิ่งหมดกำลังใจที่จะเก็บรักษาดูแลสวนทุเรียนต่อไป

"แต่ก่อนที่อยู่แปลงหนึ่งก็ให้หมดไม่เก็บภาษีทั้งแปลง ทั้งสามไร่ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนหมด ยกเว้นให้แค่ไร่เดียวอีก 2 ไร่ต้องเสียภาษี"

แล้วอุปสรรคกับการทำสวนทุเรียนของย่าหวานยังไม่หมด เมื่อต้องเจออุปสรรคกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2538 ทำให้สวนทุเรียนของจังหวัดนนทบุรีทุกสวนต้องจมอยู่กับน้ำเป็นแรมเดือน บางคนก็ต้องทำเขื่อนกั้นน้ำไม่ให้น้ำเข้าสวนมาก ย่าหวานยังจำเหตุการณ์น้ำท่วมได้ดี

"ย่าสู้น้ำท่วมเสียไปเป็นหมื่นๆ หมดไปกับการทำเขื่อนกั้นน้ำ บางรายสู้ไม่ไหวถึงกับร้องไห้" และต้องปล่อยให้สวนทุเรียนจม อยู่กับน้ำท่วมในครั้งนั้น ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เกิดเศรษฐีใหม่ในจังหวัดนนทบุรีที่นิยมขายที่ดินให้กับนายหน้าไป ทำเป็นหมู่บ้านจัดสรรหลังจากที่สวนตัวเองน้ำท่วมต้นทุเรียนตายหมด ซึ่งหากจะปลูกต้น ทุเรียนใหม่ก็ต้องรอผลผลิตอย่างงามๆ อีก 5 ปีกว่าจะได้สู้เอาเป็นเงินก้อน ไม่ดีกว่า

ภายในสวนทุเรียนของย่าหวานยังมี ทุเรียนสายพันธุ์กว่า 20 ชนิด และเหลือแค่ 40 ต้น บางพันธุ์คนรุ่นใหม่ก็รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เช่น กำปั่น หมอนทอง ก้านยาว ทองย้อยฉัตร ชมพู่ศรี ตะพาบ เป็นต้น

ย่าหวานว่าการปลูกทุเรียนต้องดูแลใส่ใจและในสวนก็ไม่ได้ปลูกแค่ทุเรียนแต่ปลูกผลไม้อย่างอื่นแซมด้วย ก็มีพวกมังคุด มะไฟ ลองกอง ลิ้นจี่ เพราะทุเรียนมันออกแค่ หน้าเดียวไม่ใช่ออกตลอดทั้งปี พอเดือนมกราคมต้นทุเรียนก็เริ่มออกดอก เดือนเมษายนก็จะได้รับประทานกันแล้ว

ปีนี้ก้านยาวของย่าหวานขายได้ราคาดีลูกละ 3,000 บาท แต่ปีนี้เสียดายก้านยาวสวนของย่าหวานออกมาแค่ลูกเดียวเท่านั้น

ส่วนที่ใครว่าจะเอาก้านยาวไปปลูกที่จังหวัดไหนก็ได้ทุเรียนมันก็เหมือนๆ กัน ย่าหวานขอเถียง "ปลูกได้ แต่เนื้อไม่เหมือนกัน ลองไปทานที่จันทบุรีลูกมันเหมือนแต่เนื้อไม่เหมือน ปราจีนก็ไม่เหมือน ไปทางใต้ยิ่งเละใหญ่"

ความเป็นทุเรียนก้านยาวของสวนนนท์ไม่เหมือนกับที่อื่นเนื้อมันเหนียวกว่ากัน ทานเข้าไปแล้วรู้สึกได้ว่า เนื้อมันจะหวานและมัน คงเป็นเพราะดินที่นนทบุรีที่เหมาะแก่การปลูกทุเรียนกว่าภาคอื่นๆ

ย้อนหลังไปเมื่อ 50 ปีก่อน นนทบุรียังคงสภาพเป็นสวนทุเรียนหมด ย่าหวานสมัยสาวๆ ไปขายทุเรียนกับแม่ได้วันละไม่ต่ำกว่า 200-300 ลูก ขายตั้งแต่ข้างตึกนายเลิศยังไม่มีอะไรเลย บรรทุกไปวันละลำเรือ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกกรมเจ้าท่า คนหนึ่งก็ซื้อไม่ต่ำกว่า 2 - 4 ลูก

ปีหนึ่งขายได้ 20,000 - 30,000 บาทก็เยอะแล้วเงินสมัยนั้นมันใหญ่และมีค่าไม่เหมือนกับคนสมัยนี้ที่เดือนหนึ่งได้ 20,000 บาทยังไม่พอใช้

หากเป็นภาพในอดีตของย่าหวานสมัยนั้นคงจะหมดลง เมื่อลูกหลานหันไปเป็นมนุษย์เงินเดือนกันหมดแล้ว

ไม่มีใครมาดูแลสานต่อสวนทุเรียนจากย่าหวาน และอีกไม่นานสวนทุเรียนผืนนี้ก็คงจะได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหมู่บ้านจัดสรรที่เข้ามาแทนที่สวนทุเรียนนนท์ก็ เป็นได้

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

 




โดย Future Career ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 24 พ.ย. 51 00:44 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 50,730 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 50,730 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง