เทศกาล ว่าว ประเพณี - นานาชาติ

ลบ แก้ไข

 

ร่วมอนุรักษ์ การละเล่นโบราณ

ฉลองยิ่งใหญ่ 170 ปี เมืองสตูล

 

"เทศกาลงานว่าวของเรานี้ ประเพณีมีไว้ให้ลูกหลาน ได้จดจำทำเล่นเป็นตำนาน ช่วยสืบสานดำรงอยู่คู่สตูล”
 
“ว่าว” เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยและรู้จักกันดีตั้งแต่วัยเด็ก กีฬาเล่นว่าวแพร่หลายทั่วประเทศซึ่งหาซื้อได้ในราคาไม่แพงและสามารถประดิษฐ์ขึ้นเองโดยอาศัยวัสดุพื้นบ้าน เช่น ไม้ไผ่ เชือกด้าย และกระดาษ แต่น้อยคนนักที่จะทราบถึงเรื่องราวความเป็นมา
 
ความสำคัญของว่าว ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ว่าวได้สะท้อนถึงความเชื่อทางศาสนา ประเพณี ความเชื่อถือ และยังนำไปใช้ประโยชน์ทางอื่น ๆ อีกหลายด้าน เราจะสืบสาวราวเรื่องการเล่นว่าวของไทยเริ่มตั้งแต่เมื่อใดดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก เพราะขาดหลักฐานที่แน่นอนโดยเฉพาะตัวว่าว ที่ประดิษฐ์จากไม้ไผ่และกระดาษ ล้วนแต่เป็นสิ่งเสื่อมสลายเสียหายอย่างรวดเร็วไม่คงทนเช่นกับศิลปะโบราณและวัตถุอื่น ๆ
 
เพื่อที่จะสืบสาวเรื่องราวประวัติความเป็นมาของว่าวแต่โบราณ จึงต้องศึกษาหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หลักฐานทางโบราณคดี หรือแม้แต่บันทึกปรากฏในวรรณกรรมต่าง ๆ ของกรุงสุโขทัยจากพงศาว ดารเมื่อ 700 กว่าปีที่ล่วงมา จากบันทึกในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ที่เล่าถึงพระราชพิธีบุษยา  ภิเศกดวลยี่ได้กล่าวว่า ตำหนักขันฤกษ์ที่นางสนมกำนัลได้ดูการ ชักว่าวงาว ซึ่งมีเสียงไพเราะเสนาะโสต ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้มีหลักฐานปรากฏอยู่หลายประเภทด้วยกัน เมอซีเออร์ลาลูแบร์ อัครราชทูตจากราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ประเทศฝรั่งเศสที่เข้ามาในกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2230 ได้บันทึกในจดหมายเหตุการณ์เดินทางของท่านว่า ว่าวของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยาม ปรากฏในท้องฟ้าทุกคืนตลอดระยะเวลา 2 เดือนของฤดูหนาวและทรงแต่งตั้งขุนนางเพื่อคอยสับเปลี่ยนกันถือเชือกสายป่านไว้ จากเอกสารสมัยกรุงศรี อยุธยาว่า นอกจากจะเล่นด้วยความสนุกสนานแล้วยังมีความเกี่ยวข้องกับพระราชพิธีในราชสำนักอีกด้วย


 
ครั้นถึง สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การเล่นว่าวยังคงเป็นการละเล่นกีฬาที่นิยมกันอยู่ในตำหนักวังหน้ากล่าวไว้ว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภา ลัย และสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ พระอนุชาธิราช ทรงโปรดการทรงว่าวมาก ดังมีคำกล่าวคล้องจองกันว่า วังหลวงว่าวจุฬา วังหน้าทรงปักเป้า การเล่นว่าวเป็นที่นิยมกันแพร่หลายโดยเฉพาะในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนับสนุนกีฬาเล่นว่าว มีการประกวดและแข่งขันว่าวจุฬา และว่าวปักเป้า โดยมีกติกาการแข่งขันเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อการแข่งขันที่ยุติธรรมสนุกสนานมากขึ้น
 
ปัจจุบันการสร้างว่าว นอกจากจะยังคงเป็นเอกลักษณ์เดิมที่สืบทอดต่อกันมา แล้วยังได้เพิ่มการประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนารูปแบบว่าวชนิดต่าง ๆ ทั้ง ว่าวแผง (ว่าวที่ไม่มีความหนา มีแต่ส่วนกว้างและส่วนยาว) ว่าวภาพ (ว่าวที่ประดิษฐ์ในลักษณะพิเศษแสดงแนวคิดสร้างสรรค์ทั้งประเภทสวยงาม ความคิด และตลกขบขัน) การนำระบบชิ้นสกรีนเข้ามามีบทบาทในการทำพื้นลายบนตัวว่าว เพื่อให้มีสีสันสวยสดงดงามเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการส่งเสริมการผลิตกระดาษสาวัตถุดิบที่สำคัญในการสร้างว่าว ให้เป็นงานหัตถกรรมที่ช่วยส่งเสริมรายได้ให้แก่ราษฎร


 
...............จากความเติบโตของสังคมประชากรธุรกิจการค้าด้วยรากฐานให้เป็นงานหัตถกรรมที่ช่วยเสริมรายได้ให้แก่ราษฎรภายในครัวเรือนสู่การผลิตในลักษณะของหัตถกรรมรองรับด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจังจากผู้ที่เกี่ยว ข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ผลที่สืบทอดต่อเนื่อง ว่าวไทยได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ และเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่กำลังมีอนาคตที่สดใสของ ว่าวจุฬา ปักเป้า อีลุ้ม อีแพร่ ดุ๋ยดุ่ย ใบไม้ ว่าวหาง ว่าวประทุมเรียงราย ว่าวควาย และว่าวนก เป็นต้น จากคุณค่าทางศิลปะสะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตของชนในแต่ละภูมิภาค แต่ละยุคแต่ละสมัยในความสามารถที่จะประดิษฐ์และคิดค้นที่แตกต่างจากกันออกไป อดีต ปัจจุบัน อนาคตของว่าวไทย มิใช่ตำนานหนึ่งของชนเผ่าไทยที่เล่าขานกันไปแต่เพียงเท่านั้นหากเป็นตำนานแฝงไว้ด้วยวิวัฒนาการที่ยังคงใช้ซึ่งเอกลักษณ์น่าภาค ภูมิใจของคนไทยทุกคนสืบไป
 
นายอิทธิพล ภาณุวัฒน์ภิญโญ นายกสมาคมว่าวแห่งภาคใต้ และชมรมว่าวจังหวัดสตูล กล่าวว่า การแข่งขันว่าวประเพณีจังหวัดสตูล ก็เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมการเล่นว่าว เพราะถือว่ากีฬาการเล่นว่าวเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง ที่คนไทย ทุกภาคเคยเล่นกันมาตั้งแต่สมัยโบราณแต่ปัจจุบันมีผู้เล่นว่าวน้อยมากขาดความนิยม และไม่ได้รับการส่งเสริมเท่าที่ควร ทั้งนี้ตนเองในนามศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด และโรงเรียนสตูลวิทยาได้พยายามประคับประคองกิจกรรมร่วมกันจัดการแข่งขันว่าว ขึ้นเพื่อเป็นการ ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 จนกลายเป็นงานว่าวประเพณีถึงปัจจุบัน และที่สำคัญก็เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลอีกด้วย
 
จากการเปิดเผยของ นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ว่าการจัดแข่งขัน ว่าวประเพณีและว่าวนานาชาติจังหวัดสตูล ได้จัดให้มีการแข่งขันเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้เป็น ครั้งที่ 29 และเป็นปีเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีของจังหวัด อีกด้วย ได้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ -1 มีนาคม 2552 ณ บริเวณสนามบินจังหวัดสตูล ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดและหน่วยงานราชการร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ พร้อมกับได้เชิญหน่วยราช การและภาคเอกชนของจังหวัดในภาคใต้และภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย พร้อมด้วยประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น และทีมเล่นว่าวจากรัฐต่าง ๆ ของประเทศมาเลเซีย คือ รัฐเคดาห์ รัฐไทรบุรี รัฐเปอร์ลิส รัฐกลันตัน รัฐปีนัง และสายการบินของมาเลเซีย ชมการสาธิตประดิษฐ์ว่าว มหกรรมสินค้า OTOP พร้อมกิจกรรมบนเวทีตลอดงาน
 
ในการจัดแข่งขันว่าวประเพณีและว่าว นานาชาติครั้งที่ 29 นี้ ได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทสวยงาม ความคิด ขึ้นสูง และเสียงดัง พร้อมประกวดการประดิษฐ์ว่าว ซึ่งมีถ้วยเกียรติยศพร้อมเงินรางวัลให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้อีกมากมาย

ปรีชา  หนูศิริ

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์

 




โดย Future Career ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 20 ก.พ. 52 15:39 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 32,355 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 32,355 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง