ครูลวง ข่มขืน นักเรียน อีก้อ

ลบ แก้ไข

(ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต)

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ก.พ. นายหนุ่ย (ขอสงวนชื่อนามสกุลจริง) อายุ 43 ปี ชาวเขาเผ่าอีก้อใน อ.ร้องกวาง จ.แพร่ พา ด.ญ.น้อย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี บุตรสาว เป็นนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชาวเขาแห่งหนึ่งใน อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.จรูญ วัฒนสัจจานุกูล สารวัตรเวร สภ.ร้องกวาง ให้ดำเนินคดีกับนายนิทัศน์ แพนคร อายุ 23 ปี อดีตครูอัตราจ้างโรงเรียนเดียวกัน กล่าวหาว่า นายนิทัศน์ลวง ด.ญ.น้อยไปข่มขืน โดยนายหนุ่ยให้รายละเอียดว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา ด.ญ.น้อยออกจากบ้านไปเรียนหนังสือ จนกระทั่งตกเย็นก็ยังไม่กลับบ้านตามไปที่โรงเรียนแต่ไม่พบตัว สอบถามครูบอกว่า ด.ญ.น้อยไม่ได้ไปเรียน ทำให้รู้สึกเป็นห่วง สอบถามเพื่อนนักเรียนด้วยกันทราบว่าช่วงเวลาดังกล่าวเห็นนายนิทัศน์อดีตครูอัตราจ้างที่เพิ่งถูกเลิกจ้างไปเมื่อไม่นานขับรถกระบะมารับบุตรสาวขึ้นรถพาหายไป จึงได้ชักชวนญาติพี่น้องออกติดตามไปตามสถานที่ต่างๆแต่ไม่พบ จนกระทั่งถึงเช้าของวันใหม่บุตรสาวโทรศัพท์มาแจ้งให้ทราบว่า รออยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ขอให้ไปรับตัวด้วย เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าบุตรสาวอยู่ในสภาพหน้าตาซีดเซียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง ไม่ยอมพูดจาเอาแต่ร้องไห้ บอกแต่เพียงว่า ถูกนาย นิทัศน์ พาตัวออกมาจากโรงเรียนแล้วนำไปทิ้ง เชื่อว่า บุตรสาวต้องถูกนายนิทัศน์ลวงไปข่มขืนแน่นอนจึงพาเข้าแจ้งความตำรวจ

นายหนุ่ยยังเปิดเผยด้วยความคับแค้นใจอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา นายนิทัศน์ซึ่งขณะนั้นยังเป็นครูอัตราจ้างได้ล่อลวง ด.ญ.น้อยไปข่มขืนมาครั้งหนึ่งแล้ว พร้อมซื้อโทรศัพท์มือถือให้ 1 เครื่อง เป็นการปิดปาก โดยข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร แต่หลัง จากตนและญาติพี่น้องช่วยเหลือกลับมาได้นำบุตรสาวไปให้แพทย์ตรวจร่างกายพบว่ามีร่องรอยถูกข่มขืน จึงเตรียมจะเข้าแจ้งความตำรวจเพื่อดำเนินคดี แต่นายนิยม แพนคร อายุ 54 ปี มีตำแหน่งเป็น ผอ.โรงเรียนเดียวกัน พ่อของนายนิทัศน์เข้ามาขอร้องไม่ให้เอาความ พร้อมให้เงินเป็นค่าทำขวัญจำนวน 50,000 บาท ตนเห็นว่านายนิยมอยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับชาวบ้านมานานจึงยอมไม่เอาเรื่อง เพียงแต่ให้นายนิยมเขียนหนังสือเป็นบันทึกต่อหน้าคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นชาวเขาหลายคนว่าต่อไปจะไม่ปล่อยให้ลูกชายมีพฤติกรรมแบบนี้อีก หลังเกิดเหตุครั้งแรกทราบว่าทาง สพท.แพร่ เลิกสัญญาจ้างนายนิทัศน์พร้อมกับมีคำสั่งย้ายนายนิยม บิดา ให้ไปช่วยราชการที่โรงเรียนแม่คำมีตำหนักธรรม อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ คิดว่าเรื่องจะจบลงด้วยดีแล้ว ไม่คิดว่านายนิทัศน์จะย้อนกลับมาลวงลูกสาวไปข่มขืนอีก อย่างไรก็ตามระหว่างสอบปากคำ ด.ญ.น้อยเกิดปวดท้องกะทันหันตำรวจต้องนำส่ง รพ.ร้องกวาง พร้อมนัดผู้เสียหายมา สอบปากคำอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 23 ก.พ. ต่อหน้าอัยการและนักสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากผู้เสียหายเป็นเยาวชน พร้อมทั้งจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวนายนิทัศน์ทราบต่อไป 

นายศิริพันธ์ ขวัญอ่อน รอง ผอ.สพท.แพร่ เขต 1 รักษาราชการแทน ผอ.สพท.แพร่ เขต 1 เปิดเผยว่าทราบเรื่องนี้แล้ว เป็นเรื่องของครูอัตราจ้าง หลังเกิดเหตุครั้งแรกได้สั่งการให้ทางโรงเรียนยกเลิกสัญญาจ้างไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนนายนิยม แพนคร บิดา เป็น ผอ.โรงเรียน ก็ได้ออกคำสั่งให้ย้ายไปช่วยราชการที่โรงเรียนแม่คำมีตำหนักธรรมก่อน พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน หากพบว่ามีความผิดในลักษณะช่วยเหลือ ปกป้อง ปกปิด ความเสื่อมเสีย ก็จะให้ออกจากราชการ แต่ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริง สำหรับเด็กนักเรียนผู้เสียหายนั้น เบื้องต้นทราบว่า หลังจากที่ครูอัตราจ้างถูกให้ออกจากโรงเรียนไปแล้วได้นัดหมายเด็กมารับตัวไปด้วย เป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในส่วนของเด็กผู้เสียหายมอบหมายให้นายเชษฐา สยนานนท์ รอง ผอ.สพท.แพร่ เขต 1 ไปดูแลอย่างใกล้ชิด ให้การช่วยเหลือ ประสานกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลเรื่องสุขภาพจิตและฟื้นฟูจิตใจ

นายศิริพันธ์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ สพท. จะหามาตรการในการรับครูอัตราจ้างกันอีกครั้ง โดยจะมีการประเมินผลในตัวของครูรับจ้างด้วย โรงเรียนใดที่จำเป็นต้องมีครูอัตราจ้างไปสอน ก็จะเน้นเรื่องของจริยธรรมในตัวบุคคลนั้นด้วย  เพราะพักหลังมีข่าว ออกมาในทางสื่อมากขึ้น ต้องขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองเด็กนักเรียนให้สอดส่อง สังเกตลูกหลาน พยายามให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องของวัฒนธรรม ต้องปลูกฝังจิตสำนึกของนักเรียนและผู้ปกครอง เนื่องจากขณะนี้วิวัฒนาการการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทกับนักเรียนมากขึ้น เป็นอันดับ 1 คือโทรศัพท์มือถือเป็นความต้องการ ความอยากได้ของเด็กๆ โดยเฉพาะ ม.ต้น ต้องกำชับ เพราะการมีโทรศัพท์ก็มีทั้งผลดีผลเสีย แต่ในช่วงระยะเวลานี้เด็กไม่จำเป็นที่จะมีโทรศัพท์มือถือพก เพราะนอกจาก จะเสียเวลาการเรียนยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น ต้องทำความเข้าใจให้กับทางผู้ปกครองด้วยเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อขอทราบ ข้อเท็จจริงจากนายนิยม และนายนิทัศน์ผู้ถูกกล่าวหาแต่ไม่สามารถติดต่อ

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

 

 

 

 

 

 

 

 

ชุมชนการศึกษาออนไลน์ อันดับ 1

 

 

ศูนย์ข่าวการศึกษา ที่เป็นมากกว่า การศึกษา

 

 

ทุนการศึกษาดีดี มีทั่วโลก

 

 

ช้อปปิ้ง การศึกษา ออนไลน์

 

 

หนังสือออนไลน์ เพื่อคนการศึกษา

 

 

ชุมชน เพื่อนเพื่อเพื่อน ออนไลน์

 

 

โปรแกรมช่วยแอดมิสชั่นส์ ไม่ให้พลาด

 

 




โดย Eduzones PR News ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 21 ก.พ. 52 14:16 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 27,054 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 27,054 ครั้ง ตอบ 2 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย เคธี
IP : 122.155.5.***
ไปนรกซะ โรงเรียนน่ะไม่ต้องไป เป็นหมาดีกว่าเป็นคน
ลบ แจ้งลบ
โดย คนดี
IP : 124.120.74.***

เป็นถึงลูก ผอ.ทำตัวเดรัจฉาน

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง