มิวเทชั่น (Mutation)

ลบ แก้ไข

มิวเทชั่น (Mutation)

          บน DNA ปกติมียีนและลำดับเบสปกติ  ถ้าลำดับเบสเปลี่ยนไปก็จะทำให้โปรตีนผิดปกติด้วย  ทำให้ลักษณะเปลี่ยนแปลงไป  การที่สิ่งมีชีวิตมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องมาจากเบสบน DNA เปลี่ยนไปเรียกว่า เกิด มิวเทชั่น : Mutation (การกลายพันธุ์) ซึ่งมี 2 แบบคือ

1.  โครโมโซมมิวเทชั่น (Chromosome mutation) การเปลี่ยนไปของโครโมโซมมี 2 แบบ คือ

1.1 จำนวนโครโมโซมเปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น

                   อะนิวพลอยดี้ (aneuploidy) การเพิ่มหรือลดโครโมโซมเป็นแท่ง  คือจาก 46 แท่งอาจเพิ่มเป็น 47 หรือลดเป็น 45 แท่ง  ได้แก่ โมโนโซมิค (momosomic),  ไดโซมิค (disomic),  ไตรโซมิค (trisomic),  โพลิโซมิค (polysomic)

                   ยูพลอยดี้ (euploidy) การเพิ่มหรือลดโครโมโซมเป็นชุด ได้แก่ แฮพพลอยด์ (haploid=n) พบในเซลล์สืบพันธุ์  โมโนพลอยด์ (monoploid = n) พบในเซลล์ที่ไม่ใช่เซลล์สืบพันธุ์    ดิพลอยด์ (diploid = 2n) เซลล์ปกติ     ทริปพลอยด์ (triploid = 3n) ในแตงโมไม่มีเมล็ด  โพลิพลอยด์ (polyploid = หลายๆ n) ในข้าวสาลี

1.2 โครงสร้างของโครโมโซมเปลี่ยนแปลง เช่น ดีลีชั่น (deletion) การที่โครโมโซมหายไป  ซึ่งคือชิ้นส่วนหรือเบสหายไปนั่นเอง  ดูพลิเคชั่น (duplication) การเพิ่มของโครโมโซม    อินเวอร์ชั่น (inversion) การกลับหัวกลับหางของโครโมโซม    ทรานสโลเคชั่น (translocation) การที่ โครโมโซมไม่เป็นคู่ (non-homologous chromosome) มาแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนกัน

2.  ยีนมิวเทชั่น (Gene mutation) คือ การที่เบสเปลี่ยนแปลง ได้แก่

          1. นอนเซ็นต์ (nonsense) ทำให้เบสเปลี่ยนเป็นรหัสพันธุกรรมหยุดสร้างสายโพลิเปปไทด์ คือ  UAA,  UAG,  UGA

          2. มิสเซ็นต์ (missense) เบสเปลี่ยนไป  ทำให้เปลี่ยนแบบของกรดอะมิโนตัวใหม่ คล้ายๆ กับการ substitution

          3. ดีลีชั่น (deletion) เบสหายไป

          4. แอดดิชั่น (addition) เพิ่มเบสเข้าไป

          5. เฟรมชิฟ มิวเทชั่น (frame-shift mutation) การเปลี่ยนเบสโดยการหายหรือการเพิ่มเพียง 1 ตัว ทำให้รหัสพันธุกรรมเปลี่ยน  ทำให้โพลิเปปไทด์ตั้งแต่จุดเปลี่ยนเบสเปลี่ยนแปลงไปตลอดสาย

          6. เบสแทนที่กัน (base pair substitution) จะแทนที่แบบทรานซิชั่น (transition) คือ จากพิวรีน(purine) ไปเป็น พิวรีน และจากไพริมิดีน (pyrimidine) ไปเป็นไพริมิดีนหรือการแทนที่แบบทรานสเวอร์ชั่น(transversion) คือจากพิวรีนไปเป็น ไพริมิดีน

          7. การเกิด รีเวอร์สแทนต์ (revertant) ในรีเวอร์สชั่น (reversion) (เกิด แอดดิชั่น แล้วตามด้วยดีลีชั่น) โดยมีกรดอะมิโนไม่มากที่เปลี่ยนแปลงไป


Albeno

Albeno

การเกิดมิวเทชั่น แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

          1. เกิดมิวเทชั่นปกติ (Spontaneous mutation) เกิดเองตามธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้

          2. ชักนำให้เกิด (Induced mutation) โดยการกระตุ้นด้วยมิวทาเจน (mutagen = สารที่ก่อให้เกิดมิวเทชั่น) โดยคนเป็นผู้ทำ

                   สารก่อกลายพันธุ์ (มิวทาเจน = Mutagen)

                   1. รังสี (ionizing radiation) มีพลังงานสูง ผลิต Ions,   x - ray และรังสีอื่นๆ

                   2. แสง (nonionizing radiation) มีพลังงานสูง มีแรงแทรกซึมต่ำ เช่น รังสี UV

                   3. สารเคมี (chemical mutagen) Nitrous acid,  mustad gas

                   4. Alflatoxin B  จากถั่วที่ขึ้นราจาก fungi

                   5. 2 - amino 5 - nitrophenol ที่พบใน Hair dye components

                   6. caffeine ใน Cola,  tea,  coffee,  pain relievers (ยาแก้ปวด)

                   7. Sodium nitrite จากพวกเนื้อรมควัน

 




โดย ไผ่ลู่ลม ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 5 ส.ค. 51 21:16 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 139,751 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 139,751 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย เด็กเรียนดี
IP : 125.27.67.***

น่าจะมีข้อมูลที่ระเอียดกว่านี้ แต่ก็ที่มีให้อ่าน

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง