การละเล่นพื้นบ้านไทย

ลบ แก้ไข

หมากเก็บ
อุปกรณ์และวิธีการเล่น
อุปกรณ์การเล่น ก้อนหินขนาดเล็ก จำนวน ๕ ก้อน
วิธี การเล่น เป็นการละเล่นประเภทโยนรับ ซึ่งต้องอาศัยทักษะความแม่นยำ โดยโยนเองและรับเอง เวลาเล่นมักจะนั่งเล่นเป็นวงจำนวนหลายคน โดยผู้เล่นตกลงกันว่าจะเล่นอย่างไร ส่วนใหญ่นิยมเล่นกันในหมู่เด็ก ๆ ดังนี้
หมาก ๑ โยนก้อนหิน ๑ ก้อน แล้วเก็บอีก ๔ ก้อนที่เหลือทีละก้อน
หมาก ๒ โยนก้อนหิน ๑ ก้อน แล้วเก็บอีก ๔ ก้อนที่เหลือทีละ ๒ ก้อน
หมาก ๓ โยนก้อนหิน ๑ ก้อน แล้วเก็บอีก ๔ ก้อนที่เหลือโดยแบ่งเก็บ ๒ ครั้ง ครั้งแรกเก็บ ๓ ก้อน ครั้งที่สองเก็บ ๑ ก้อนหรือจะสลับกันก็ได้
หมาก ๔ โยนก้อนหิน ๑ ก้อน แล้วเก็บรวบอีก ๔ ก้อน ที่เหลือทั้งหมดเพียงครั้งเดียว
หมาก ๕ หงายฝ่ามือเอาก้อนหินทั้ง ๕ ก้อนไว้ในฝ่ามือ โยนก้อนหินขึ้นและพลิกฝ่ามือคว่ำลงอย่างรวดเร็ว ใช้หลังมือรับก้อนหินซึ่งอาจร่วงลงไปบ้าง โยนก้อนหินอีกครั้งและพลิกมือใช้ฝ่ามือรับเหลือก้อนหินในฝ่ามือเท่าใดนั่น คือจำนวนคะแนนที่ได้
หมาก ๑-๕ นี้ หากผู้เล่นคนใดรับไม่ได้ต้องเปลี่ยนผู้เล่นใหม่ และหมุนเวียนไปจนได้คะแนนครบตามที่กำหนดไว้ ผู้ใดสามารถใช้หลังมือรับก้อนหินได้มากกว่าผู้อื่นจะเป็นผู้ชนะ

โอกาสที่เล่น
นิยมเล่นในยามว่าง

คุณค่า
ส่ง เสริมพัฒนาการเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ผู้เล่นจะได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลินอารมณ์เบิกบานแจ่มใส การเล่นเป็นกลุ่มช่วยให้รู้จักปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ รู้จักการผ่อนปรน การอดทน อดกลั้น การควบคุมอารมณ์ ส่งเสริมความสามัคคี ความรักความผูกพันในหมู่เพื่อนเล่น ตลอดจนทักษะการใช้มือใช้นิ้ว การสังเกต การใช้สายตา ไหวพริบ และการคำนวณ

เครดิตhttp://www.trangzone.com/prapenee_detail.php?ID=54


หมากขุม

อุปกรณ์ในการเล่น
๑). รางหมากขุม เป็นรูปเรือทำจากไม้ ยาวประมาณ ๑๓๐ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๒๐ เซนติเมตร มีหลุมเรียงเป็น ๒ แถว หลุมกว้างประมาณ ๗ เซนติเมตร ลึกประมาณ ๔ เซนติเมตร มีด้านละ ๗ หลุม เรียกหลุมว่า เมือง หลุมที่อยู่ปลายสุดทั้งสองข้างเป็นหลุมใหญ่กว้างประมาณ ๑๑ เซนติเมตร เรียกว่า หัวเมือง
๒) ลูกหมาก นิยมใช้ลูกสวดเป็นลูกหมาก ใส่ลูกหมากหลุมละ ๗ ลูก จึงต้องใช้ลูกหมาก ในการเล่น ๙๘ ลูก
๓) ผู้เล่นมี ๒ คน

วิธีการเล่น
๑) ผู้เล่นนั่งคนละข้างกับรางหมากขุม แต่ละคนใส่ลูกหมากหลุมละ ๗ ลูก ทั้ง ๗ หลุม ส่วนหลุมหัวเมืองไม่ต้องใส่ให้เว้นว่างไว้
๒) การเดินหมาก ผู้เล่นจะเริ่มเดินพร้อมกันทั้ง ๒ ฝ่าย เรียกว่า แข่งเมือง โดยหยิบลูกหมากจากหลุมเมืองของตนหลุมใดก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะหยิบหลุมสุดท้ายของฝ่ายตนเอง เพราะคำนวนว่าเม็ดสุดท้ายจะถึงหัวเมืองของตนพอดี การเดินหมากจะเดินจากขวาไปซ้าย โดยใส่ลูกหมากลงในหลุม ถัดจากหลุมเมืองที่หยิบลูกหมากขึ้นมาเดิน ใส่ลูกหมากหลุมละ ๑ เม็ด รวมทั้งใส่หลุมหัวเมืองฝ่ายตนเอง แล้ววนไปใส่หลุมของฝ่ายตรงกันข้าม ยกเว้นหลุมหัวเมือง เมื่อเดินลูกหมากเม็ดสุดท้ายใส่ในหลุม ให้หยิบลูกหมากทั้งหมดในหลุมนั้นขึ้นมาเดินหมากต่อไป โดยใส่ในหลุมถัดไป เล่นเดินหมากอย่างนี้จนลูกหมากเม็ดสุดท้ายหมดลงในหลุมที่เป็นหลุมว่าง ถือว่าหมากตาย ถ้าเดินหมากตายในหลุมเมืองของฝ่ายตรงข้ามก็ถือว่าสิ้นสุดการเดินหมาก แต่ถ้า
ตาย ในหลุมเมืองฝ่ายตนเอง ให้ผู้เล่นกินหมากหลุมเมืองซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหลุมที่เราเดินหมากมาตาย โดยควักลูกหมากทั้งหมดในหลุมไปไว้ในหลุมหัวเมืองของฝ่ายตน เรียกว่ากินแทน เล่นอย่างนี้จนหลุมเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดลูกหมาก เดินต่อไปไม่ได้ ลูกหมากทั้งหมดจะไปรวมอยู่ในหลุมหัวเมืองของทั้ง ๒ ฝ่าย จึงเริ่มเล่นรอบใหม่ต่อไป
๓) การเดินหมากรอบสอง ผู้เล่นจะผลัดกันเดินทีละคน ทำเช่นเดียวกับการเดินรอบแรก นำลูกหมากจากหลุมหัวเมืองฝ่ายตนเองใส่ลงในหลุม ๆ ละ ๗ ลูก ในฝ่ายของตนเอง คราวนี้แต่ละฝ่ายจะมีลูกหมากไม่เท่ากัน ฝ่ายที่มีลูกหมากมากกว่าจะเป็นผู้เดินหมากก่อน ฝ่ายที่มีลูกหมากน้อยกว่าจะใส่ไม่ครบทุกหลุม หลุมใดมีไม่ครบให้นำลูกหมากที่เหลือไปใส่ในหลุมหัวเมืองฝ่ายตน หลุมใดไม่มีลูกหมากเรียกว่า เมืองหม้าย ตามปกติหลุมเมืองหม้ายจะปล่อยไว้หลุมปลายแถว หลุมเมืองหม้ายจะไม่ใส่ลูกหมาก ถ้าฝ่ายใดใส่จะถูกริบเป็นของฝ่ายตรงกันข้าม ในกากรเล่นจะเล่นจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดลูกหมากเดินต่อไปไม่ได้และจะนับเมือง หม้าย ใครมีจำนวนเมืองหม้ายมากกว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายแพ้

โอกาสหรือเวลาในการเล่น
การเล่นหมากขุมจะเล่นในยามว่างจากการงาน เล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นพักผ่อนหย่อนใจ จึงเล่นได้ทั้งวัน

คุณค่า สาระ แนวคิด
๑. การเล่นหมากขุม มีคุณค่าในการฝึกลับสมอง การวางแผนการเดินหมากจะต้องคำนวน จำนวนลูกหมากในหลุม ไม่ให้หมากตาย และสามารถกลับมาหยิบลูกหมากในหลุมของตนเองได้อีก ผู้เดินหมากขุมจึงต้องมีสายตาว่องไว คิดเลขเร็ว เป็นการฝึกวิธีคิดวางแผนจะหยิบหมากในหลุมใดจึงจะชนะฝ่ายตรงกันข้าม เป็นการฝึกให้ผู้เล่นรู้จักคิดวางแผนในการทำงานทุกอย่างสามารถนำมาประยุกต์ ใช้ในชีวิตประจำวัน
๒. เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ นันทนาการภายในบ้าน ภายในชุมชน ให้ทั้งความสนุกสนาน และความใกล้ชิดระหว่างพี่น้อง ญาติมิตร
๓. ก่อให้เกิดการประดิษฐ์รางหมากขุม ที่มีความสวยงามและประณีต เป็นความภาคภูมิใจของผู้สร้างชิ้นงาน และยังสามารถสร้างรายได้ในการจำหน่ายรางหมากขุม

เครดิต http://www.trangzone.com/prapenee_detail.php?ID=60
 




โดย loveful ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 26 ก.ย. 52 16:57 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 12,705 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 12,705 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง