ผลักการศึกษาไทยใส่ ประเทศไทย 4.0

ลบ แก้ไข


 ผลักการศึกษาไทยใส่ ประเทศไทย 4.0

                   เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมาทาง eduzones ได้มีโอกาสสัมภาษณ์สดเจาะลึกเรื่องราวการศึกษาไทยที่ผู้อ่านหลายท่านอาจไม่เคยรู้มาก่อน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์  ผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิรูปการศึกษาและความคิดสร้างสรรค์ ให้สัมภาษณ์ใน เรื่อง "ผลักการศึกษาไทยใส่ Thailand 4.0"

 
ผลักการศึกษาไทยใส่ ประเท


 
ก่อนอื่นนั้นต้องทำการเข้าใจกันก่อนว่า ก่อนจะมาถึงช่วง 'ประเทศไทย
4.0'  1.0 - 3.0 นั้นเป็นมาอย่างไร
ประเทศไทย 1.0 ยุคทองของเกษตรกรรม ผลิตและขาย (ปลูกอย่างไรได้อย่างนั้น และขายออกไป)
ประเทศไทย 2.0 ยุคอุตสาหกรรมเบา เช่น การผลิต (ปลูก - ผล - ขาย = และให้ผู้นำไปเข้าสู่ระบบอุสหกรรม)
ยุคปัจจุบัน คือ ประเทศไทย 3.0 เป็นอุตสาหกรรมหนัก เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร การบริการ คุมข้อมูลทุกอย่างที่ได้ทำออกและนำเข้า ตัวอย่างเช่น เก็บข้อมูลสินค้า ช่วงเวลาใด ฤดูไหน อะไรขายดี และทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อทำการพัฒนาการขายให้ตรงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วง
 
            เปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม และ เปลี่ยนจากการเน้นภาคการผลิตสินค้า ไปสู่การเน้นภาคบริการมากขึ้น
 
            และเหตุนี้เอง ยุค 4.0 ต้องดีกว่า ยุค 3.0 ยุคของข้อมูลข่าวสาร ยุค 4.0 เข้าสู่ การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม "ค่าผลิตน้อย ค่าคิดแพง" ผู้คิดค้น ผู้ทำการวิจัยให้เกิดสิ่งใหม่ นวัตกรรมใหม่ๆ นำความคิดตนเองไปขายเพื่อต่อยอดให้แก่ผู้อื่น นี่แหละค่ะ คือยุคประเทศไทย 4.0 ที่เราจะต้องเจอกันอย่างแน่นอน
 
             ดร.วิริยะ เปิดเผยว่า การศึกษาไทยของไทยเรานั้นยังอยู่ในยุคประเทศไทย 1.0 สอนอย่างไรได้อย่างนั้น สอนให้เป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างไร เปรียบกับพืชผัก ที่ปลูกอย่างไร เมื่อเติมโต ก็ได้ผลอย่างนั้นออกมา การศึกษาไทยสอนให้เด็กใช้ความจำมากกว่าความคิด การสอบวัดความรู้ก็ใช้ความจำไปสอบ ให้อ่านหนังสือ ท่องให้จำได้ ให้จำได้มากกว่าก็ได้คะแนนเยอะกว่า เด็กไทยไม่ได้ใช้ความคิดไปสอบ อยู่ในยุค 1.0 - 2.0 เท่านั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง และยังไม่ก้าวไมไปถึงยุค 3.0 เลย และจะก้าวเข้าสู่การพัฒนา ยุค ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างไร เนื่องจาก ยุค 4.0 เป็นยุคที่สามารถ เอาข้อมูลไปเรียนได้ หาข้อมูล นำสื่อเข้าไปสอบเพื่อหาข้อมูลด้วยได้ ”

          ดร.วิริยะ กล่าวต่อว่า “การนำข้อมูลเข้าไปในห้องสอบเพื่อหาคำตอบไม่ใช่การลอกคำตอบ ขึ้นอยู่กับคำถามข้อสอบว่าจะใช้คำถามโดยให้นักเรียนหาข้อมูลเพื่อเป็นส่วนประกอบในการใช้ความคิด หรือ การตั้งคำถาม ที่ สามารถหาคำตอบจากแหล่งข้อมูลได้เลยโดยไม่ใช้ความคิด”
 
            โรงเรียนเป็นผู้ฝึกให้เด็กลอก แบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบทุกอย่างย่อมมีคำตอบที่แน่นอนและตายตัวอยู่แล้ว นักเรียนจึงกลัวการตอบผิด ตอบไม่เหมือนเฉลย ไม่กล้าตอบโดยใช้ความคิดของตนเอง เพราะกลัวการแตกต่างจากผู้อื่น กลัวครูดุ ทุกครั้งที่สอบ นักเรียนมักออกมาพูดคุยกันนอกห้อง และถามกันกับเพื่อนว่า ตอบข้อนี้เหมือนกันหรือไม่ ถ้าตอบเหมือนกัน นักเรียนก็จะคิดว่าต้องตอบถูกเพราะตอบเหมือนเพื่อนแล้ว และพี่นุ๊กเชื่อว่าเป็นความคิดที่ค่อนข้างผิด การคิดสร้างสรรค์ คือการคิดที่แตกต่างออกไป แต่ไม่ใช่การคิดที่แตกแยก เป็นการคิดที่มีเหตุมีผลประกอบความคิดสร้างสรรค์นี้ และเชื่อว่า ถ้าประเทศไทย ให้นักเรียนได้ใช้ความคิดในการเรียนอย่างอิสระอย่างมีขอบเขตมากขึ้น การศึกษาไทย อาจจะสามารถยกระดับ PISA การประเมินผลนักเรียนนานาชาติ มาอยู่ในระดับที่สูงขึ้นได้

 
______________________________________________
ขอขอบคุณ : ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์
เรียบเรียงโดย : พี่นุ๊ก eduzones
 

loading...


โดย ครู Eduzones ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 12 ธ.ค. 59 22:40 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,547 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,547 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง