Mirror Mirror จอมโจรสโนไวท์ กับ ราชินีบานฉ่ำ

ลบ แก้ไข

รู้ไหมครับว่าจริงๆ หนังเรื่องนี้ก็ไม่ถึงกับสนุกจนพลาดไม่ได้ มีอะไรที่ยังไม่เข้าที่หลายจุดเหมือนกัน แต่ครั้นจะหาเรื่องมาบ่นผมกลับบ่นไม่ลงแฮะ

ก็หนังมันทำออกมาน่ารักอ้ะ!

Mirror Mirror จอมโจรสโนไวท์ กับ ราชินีบานฉ่ำ

ความน่ารัก เบาๆ ของหนังกลายเป็นเกราะป้องกันไปโดยปริยายครับ เพราะหนังมีองค์ประกอบน่ารักๆ และเวิร์คๆ อยู่หลายอย่างที่มาระดมพลังกันช่วยลดทอนช่องโหว่ของหนังลง ซึ่งระหว่างดูนี่ก็รู้สึกถึงความโหวงของหนังอยู่ล่ะครับ แต่ความเบาหวิวเหล่านั้นผมกลับไม่ค่อยรู้สึกรำคาญอะไรมากมาย เพราะหนังเล่นใช้ความน่ารักมาบังตาซะหมด

สำหรับ Mirror Mirror หรือชื่อไทย (ที่ว่าแล้วว่าต้องมีบานฉ่ำ) จอมโจรสโนไวท์ กับ ราชินีบานฉ่ำ ก็เป็นการเอาเรื่องราว Snow White มาดัดแปลงใส่นั้นลดนี่ แต่พล็อตก็เดิมๆ ครับนั่นคือ ในอาณาจักรแห่งหนึ่งมีราชินีใจร้าย จอมเห็นแก่ตัว (Julia Roberts) กุมอำนาจปกครอง นอกจากจะขูดรีดราษฎรแล้วยังข่มเหงสโนไวท์  (Lily Collins) เป็นประจำ

ทีนี้เมื่อสโนไวท์ได้กลายมาเป็นศัตรูหัวใจ ราชินีเลยสั่งให้ไบรตัน (Nathan Lane) มือขวาคู่ใจพาสโนไวท์ไปสังหารในป่าซะ แต่ไบรตันก็ทำไม่ลงหรอกครับ ตัดสินใจแอบปล่อยเธอไป ทำให้น้องหิมะขาวของเรารอดไปเจอกับจอมโจรคนแคระทั้ง 7 แล้วพอถึงจุดหนึ่งเธอก็มีอันต้องร่วมมือกับเพื่อนใหม่ในการทวงอาณาจักรคืน อีกทั้งทวงหัวใจของเจ้าชายรูปงาม (Armie Hammer) กลับมาให้ได้

บอกตรงๆ ครับว่าเนื้อเรื่องน่ะงั้นๆ ไม่มีอะไรมากมาย แต่ดูท่าว่าผู้กำกับ Tarsem Singh คงรู้น่ะครับว่าโปรโจคท์นี้เสี่ยงต่อการโดนสับโดนยี้แค่ไหน พี่ท่านเลยพยายามอุดรูรั่ว เหยาะอะไรน่าสนใจลงไปเท่าที่ทำได้ แล้วก็ใส่ใจรายละเอียดต่างๆ มากเป็นพิเศษ อีกทั้งพยายามเอาใจคอหนังแฟนตาซีแบบเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ไม่มักมาก ไม่คิดจับปลาหลายมือเพื่อเอาใจคอหนังแนวอื่นโดยการใส่นั่นนี่ลงไปเยอะๆ พูดง่ายๆ คือตั้งหน้าทำให้มันเป็นแฟนตาซีเพียวๆ น่ะครับ ไม่หนักดราม่า ไม่เคล้าแอ็คชั่นอะไร ทำให้หนังออกมาพอดีในแนวทางของมัน

ที่บอกว่าใส่ใจรายละเอียดก็เพราะหลายส่วนในหนังมันออกมาโอเค บางอันถึงขั้นดีไปเลย อย่างดนตรีนี่ก็ไปตาม Alan Menken คอมโพเซอร์มือโปรที่ทำเพลงให้การ์ตูน Disney มานักต่อนักมาจัดการให้ ซึ่งานดนตรีในเรื่องนี่ก็ไพเราะเข้ากับหนังอฟนตาซีกำลังดีเลยล่ะครับ

ดาราก็แสดงดีกันทุกคน เนียนมาก เจ๊ Julia ก็รั่วร้ายได้เต็มที่ เหมือนเป็นบทปลดปล่อยด้านมืด (แบบฮาๆ) ของผู้หญิงบานฉ้ำน่ะครับ ลีลาคุณเธอก็ฮาดี แต่ก็ไม่ลืมที่จะร้ายแบบลึกผ่านทางสีหน้าและแววตาด้วย แต่ที่ผมอยากชมคือเธอทำให้ตัวราชินีในเรื่องแม้จะร้ายแบบการ์ตูน แต่ก็ไม่ได้น่ารำคาญแบบนางอิจฉาจนเกินไป

ส่วนสโนว์ไวท์ผู้น่ารัก ขาวใส ใจดี น่าเอาใจช่วย อย่าง Lily Collins ก็จัดว่าเหมาะกับบทนี้จริงๆ ครับ ดูใสน่ารักเต็มที่กันไปเลย ตอนทำท่าอ่อนโยนหรือร้องขอให้ใครช่วยก็น่ารักซะ จริงๆ แล้วเธอได้ไปคัดตัวใน Snow White & The Huntsman ด้วยนะครับ แต่ทีมงานก็เลือก Kristen Stewart แทน ซึ่งจริงๆ ผมว่าก็โอเคนะ เธอเหมาะจะเป็นสโนไวท์ในหนังน่ารักมากกว่าจะไปจับดาบปราบมารร้าย เรื่องทำนองนั้นให้เบลลาเธอจัดการดีกว่าครับ ดูล่ำกว่ากันเยอะ 555

ยอมรับว่าประหลาดใจนะครับ ที่ตัวละครไม่ได้ต๊องหรืองี่เง่าจนน่ารำคาญ สโนว์ก็น่ารักพอดีๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นนางเอกที่จะยอมให้ใครข่มท่าเดียว ไม่ใช่นางเอกใสซื่อที่ไม่ทันคนจนน่าเบื่อ แต่เธอฉลาด มีสมอง ซ้ำยังมีความเป็นผู้นำ คอยให้กำลังใจคนได้เรื่อยๆ ส่วนตัวราชินีแม้จะออกแนวนางอิจฉา แต่ก็มีมุมร้ายลึกไม่ได้ร้ายต๊องจนเกินงาม

หรือแม้แต่เจ้าชายอัลคอตต์ (Hammer) ก็ไม่ใช่หนุ่มทึ่้มทื่อ ซื่อจนเซ่อ หรือเชื่อใครง่ายๆ แบบพระเอกหนังไทย อย่างที่บอกครับพี่ผู้กำกับแกอุดรูรั่วชวนหงุดหงิดได้ไม่เลวจริงๆ และอีกคนที่เพิ่มรสให้หนังได้เข้าท่าก็คือป้า Nathan Lane เสียดายที่บทเยอะแค่ตอนต้นเท่านั้นน่ะครับ

จุดที่เข้าท่าต่อมาคือบทสนทนาที่กระชับ สั้นง่าย ล้วนแต่เป็นบทสนทนานี่มีเหตุผล ชวนคิด และน่าฟัง อีกทั้งยังสร้างอารมณ์ร่วมอย่างได้ผลเกินคาด อย่างตอนสโนวไวท์กล่อมพวกคนแคระจอมโจรให้คืนเงินและให้อภัยชาวบ้าน หรือตอนคนแคระบอกกับสโนว์ไวท์ว่าเธอมีค่าในตนเองแค่ไหน มันตรงๆ สั้นๆ แต่ชัดเป๊ะดีครับ

ไปๆ มาๆ บทสนทนาพวกนี้สร้างมิติให้ตัวละครได้เยอะเหมือนกัน แล้วลองว่าการแสดงดีๆ กับบทพูดที่ไม่เยิ่นเย้อ สื่อความชัดเจนพอเหมาะมาเจอกัน ก็ยิ่งช่วยให้หนังดูเพลินขึ้นมาได้ เรียกว่าดูแล้วไม่คิดจะติตรงไหนเท่าไร คือถ้าอยากให้เพิ่มนั่นนิดนี่หน่อยน่ะคงมีครับ แต่ถ้าถามว่าตัวหนังโอเคไหม ก็ตอบได้ว่าในระดับหนึ่ง

กล่าวคือแม้พล็อตจะมีกลิ่นน้ำเน่าโชยมาแต่ไหล แต่ตัวหนังและเนื้อในกลับออกมาไม่เน่าเท่าไร ก็พี่ผู้กำกับเล่นอัดฟอร์มาลีนความน่ารักซะจัดเต็มขนาดนี้นี่ครับ

หนังอาจไม่สนุกเต็มที่ แต่ก็มีส่วนดึงให้เราตามดูไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะการแสดง บทสนทนาดีๆ หรือการเดินเรื่องที่ฉับไวทันใจดี

หนังเรื่องนี้บ่นยากนะครับ จะบอกว่าไม่สนุกก็ไม่ใช่ จะบอกว่าไร้สาระก็ไม่ได้เพราะบทพูดที่แฝงแง่คิด เปี่ยมสาระก็มีอยู่เหมือนกัน แล้วอยากจะบอกว่าผมชอบ “ฉากจุมพิต” มากเลยล่ะครับ เป็นการดัดแปลงที่สร้างสรรค์ใช้ได้ แล้วการสร้างอารมณ์ร่วม การแสดงของหนูหิมะขาวก็ดูน่ารัก ประหนึ่งว่าเธออยากได้เจ้าชายที่เธอรักคืนมาจริงๆ (แม้หนังจะสื่อฉากที่ทั้งสองมีใจให้กันและกันยังไม่มากก็เถอะ)

ดูหนังแล้วเหมือนต้องมนต์ (แบบเมาๆ) น่ะครับ สงสัยคงเป็นอารมณ์เดียวกับเจ๊ Julia เพราะจริงๆ ตอนแรกเจ๊เธอไม่ได้อยากแสดงบทนี้เลยนะครับ ยังเคยให้สัมภาษณ์ด้วยว่าเธอไม่ชอบไอเดียหนัง ยังไงก็ไม่เล่นแบบ 1,000% แต่พอเธอเจอพี่ Tarsem และลองคุยปรากฏว่าเธอเปลี่ยนใจทันที ซึ่งเธอบอกว่าที่ยอมรับเล่นเพราะต้องมนต์นาย Tarsem นั่นเอง

… อยากบอกว่าเห็นด้วยกับเจ๊ Julia จริงๆ อย่าว่าแต่เจ๊เลยครับ ผมเองยังโดนของเลย

งงตัวเองเหมือนกันครับ ตอนดูตัวอย่างก็ออกจะอึ้งๆ แต่พอดูแล้ว แม้จะไม่ได้ชอบมากมาย แต่ถ้าถามว่าหนังเป็นยังไง ก็ขอบอกว่าดูได้เพลินๆ แบบไม่ต้องคิดมาก

อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณล่ะนะครับ ถ้าอยากดูหนังน่ารัก แฟนตาซีเพลินๆ ผมว่าหนังก็ดูได้น่ะ

… พยายามถามตัวเองว่ารู้สึกยังไงกันแน่ ก็ชักจะได้คำตอบแล้วครับ ว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วโอเค เพราะดูแล้วเมา

ไม่ได้เมาเหล้า… แต่เมา (น่า) รัก

สองดาวกว่าครับ

ที่มาของรีวิวหนังเรื่อง Mirror Mirror (2012) จอมโจรสโนไวท์ กับ ราชินีบานฉ่ำ : http://thaimovies.org/view268.html
 




โดย MaFiaVza ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 6 เม.ย. 55 04:26 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,998 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,998 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง