เด็กปวช.กว่า5แสนเรียนฟรี !!..พร้อมแจกเงิน

ลบ แก้ไข

รัฐดูแลเด็กปวช.กว่า5แสนคน อุดหนุนค่าหนังสือคนละพันบ.

นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ของรัฐบาล ในส่วนของนักศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่าในปีการศึกษา 2552 จะเป็นปีแรกที่นักศึกษาในสังกัด สอศ.ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จะได้รับการอุดหนุนเรียนฟรีจากรัฐบาล โดยผู้ที่เข้ามาเรียนอาชีวศึกษาในระดับ ปวช.จะไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน เช่น สมุด ปากกา ดินสอ ค่าอุปกรณ์ฝึกปฏิบัติ ค่ากิจกรรม เช่น กิจกรรมลูกเสือ ยุวกาชาด กิจกรรมองค์การวิชาชีพ กิจกรรมทัศนศึกษาดูงานในสถานประกอบการ ซึ่งทางรัฐบาลจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายให้ นอกจากนี้ ด้านเสื้อผ้า ผู้เรียนก็จะได้รับเสื้อผ้า 2 ชุดฟรี คือชุดนักศึกษาปกติ กับชุดฝึกปฏิบัติงาน โดยตนได้ขอรัฐมนตรีว่าจะให้วิทยาลัยในสังกัด สอศ.ตัดเย็บแจกกันเอง ซึ่งได้ดูความพร้อมแล้วในวิทยาลัยอาชีวศึกษา และวิทยาลัยสารพัดช่างทั่วประเทศสามารถตัดเย็บกันได้ เช่น ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์มีเครื่องจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมถึง 100 กว่าตัว ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราชก็มีอยู่ 100 กว่าตัว และปัจจุบันนักศึกษาในวิทยาลัยเหล่านี้ก็มีการรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้าขายกันอยู่แล้ว

"นอกจากนี้ เรื่องหนังสือเรียนทางรัฐบาลก็จะดูแลให้ด้วย โดยนักศึกษาระดับ ปวช.ในปัจจุบันซึ่งมีอยู่ประมาณ 540,000 คน จะได้รับการอุดหนุนค่าหนังสือเรียนฟรีประมาณคนละ 1,000 บาท แต่สำหรับวิธีการนั้นยังไม่ได้ตกลงว่าจะใช้วิธีการใด อาจจะให้อาชีวศึกษาจังหวัดแต่ละจังหวัดไปร่วมกันพิจารณาดูว่า จะใช้หนังสือหรือหลักสูตรลักษณะอย่างไร เพื่อให้การจัดสรรเป็นไปได้อย่างทั่วถึง" เลขาธิการ กอศ.กล่าว

นายเฉลียวกล่าวด้วยว่า จากสถิติข้อมูลผู้เรียนทางสายอาชีวศึกษาที่ผ่านมามีน้อยกว่าสายสามัญ โดยจะอยู่ที่สัดส่วนประมาณ 37:63 ซึ่งสวนทางกับประเทศที่พัฒนาแล้วหรือเจริญแล้วในทางอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นประเทศในยุโรป ออสเตรเลีย หรือในสหรัฐอเมริกาก็ตาม จะมีคนเรียนสายอาชีวศึกษามากกว่าสายสามัญ ซึ่งการเรียนในสายอาชีพเช่นนี้จะมาช่วยผลักดันการผลิตของประเทศให้ก้าวหน้ามากขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น ดังนั้น รัฐบาลทุกรัฐบาลรวมถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงมีนโยบายความต้องการที่จะผลักดันให้เยาวชนหันมาสนใจเรียนทางสายอาชีวศึกษามากขึ้น ให้ได้สัดส่วน 50:50 ซึ่งถ้า สอศ.สามารถทำได้ก็จะบ่งชี้ได้ว่า ประเทศไทยในอนาคตจะมีขีดความสามารถในการเพิ่มผลผลิต และมีรายได้ประชาชาติมากยิ่งขึ้น

"ดังนั้น ทาง สอศ.จึงต้องหาทางทุกรูปแบบเพื่อให้เยาวชนหันมาสนใจเรียนทางสายอาชีวะมากยิ่งขึ้น ซึ่งแนวทางหลักๆ ในขณะนี้มองเห็นอยู่ 3 แนวทาง คือ 1.รณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการเรียนทางสายอาชีพ ให้มองเห็นว่าการเรียนทางอาชีวศึกษาจะจบออกไปประกอบอาชีพได้ สามารถทำอาชีพอิสระได้ สามารถมีรายได้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เดิม 2.สอศ.จะเข้าไปดูแลการเปิดสอนหลักสูตรและสาขาวิชาต่างๆ ให้สอดรับกับความต้องการบุคลากรทำงาน เพื่อให้ประชาชนมองเห็นถึงโอกาสการมีงานทำ โดยต่อไปนี้การเปิดหลักสูตรและสาขาวิชาต่างๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศจะต้องทำงานร่วมกันกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่นั้นๆ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด แรงงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ โดยเชิญเข้ามาหารือร่วมกันว่า ในอนาคตข้างหน้า 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี อุตสาหกรรมด้านใดจะขยายตัว อุตสาหกรรมด้านใดจะเกิดขึ้นใหม่ สถานศึกษาอาชีวะจะได้ผลิตบุคลากรในสาขานั้นๆ ออกมาตอบสนองความต้องการ และ 3.การผลักดันด้านคุณภาพของผู้เรียน เพราะถ้าคุณภาพมีแล้วปริมาณก็จะตามมาเอง" เลขาธิการ กอศ.กล่าว(มติชน)
 




โดย tui sakrapee ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 21 ม.ค. 52 12:10 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 9,647 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 9,647 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง