ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จึงมีวันนี้...จากฝึกหัดครู...สู่ราชภัฏ

ลบ แก้ไข
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จึงมีวันนี้...จากฝึกหัดครู...สู่ราชภัฏ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ จึง

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันแห่งความรักแล้ว ยังถือเป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์การศึกษาไทย และของชาวราชภัฏทั่วประเทศอีกด้วยอีกด้วย นั่นคือวันที่  14   กุมภาพันธ์   2535   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ได้พระราชทานนามใหม่แก่ “วิทยาลัยครู” ว่า “สถาบันราชภัฏ”
       
ทั้งนี้ เนื่องมาจากวิทยาลัยครูทั่วประเทศ ซึ่งปฏิบัติภารกิจภายใต้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ที่มีสาระสำคัญคือยกฐานะวิทยาลัยครูให้ผลิตครูได้ถึงชั้นปริญญา และ พรบ.วิทยาลัยครู  ฉบับที่ 2 พ.ศ.2527 ที่มีสาระสำคัญคือกำหนดบทบาทให้วิทยาลัยครูจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองท้องถิ่น  ทำให้วิทยาลัยครูทั้ง 36 แห่งได้มีการพัฒนารุดหน้าไปทุกๆ  ด้าน จากเดิมที่เป็นเพียงการผลิตครูในระดับประกาศนียบัตร ก็ได้พัฒนาตนเองจนถึงขั้นผลิตครูระดับปริญญาบัณฑิต อันเป็นบุคคลระดับมันสมองของประเทศ แต่การพัฒนาก็มิได้หยุดยั้งเพียงเท่านั้น ระยะต่อมาได้พัฒนาถึงขั้นผลิตบัณฑิตสาขาวิชาต่างๆ ทั้งศิลปศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ได้เป็นผลสำเร็จ แต่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและค่านิยมที่ไม่ถูกต้องของสังคม สร้างปัญหาวิกฤตที่ไม่สามารถแก้ไขได้ตามลำพังให้เกิดขึ้นแก่วิทยาลัยครู  ด้วยคนทั่วไปยังคงยึดติดว่าวิทยาลัยครูผลิตบัณฑิตเฉพาะสายครูเท่านั้น และเข้าใจผิดว่าบัณฑิตจากวิทยาลัยครูจะต้องประกอบวิชาชีพครูเพียงอย่างเดียว จุดนี้เองทำให้ผู้ที่จบการศึกษาในสายวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) และศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.) ขาดโอกาสในการได้งานทำ ก่อให้เกิดความรู้สึกอัปยศ น้อยเนื้อตํ่าใจ ทั้งนี้ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความเข้าใจที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนของสังคมโดยแท้
       
กรมการฝึกหัดครูพยายามอย่างยิ่งที่จะหาแนวทางแก้ไขปัญหานี้ เริ่มจากแนวคิดที่จะแก้ไข พรบ.วิทยาลัยครูทั้งสองฉบับในสอดคล้องกับสภาพจริงของวิทยาลัยครูในสมัยนั้น รวมถึงชื่อ “วิทยาลัยครู” ที่เป็นส่วนสำคัญของปัญหา ก็ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาหลายครั้ง
      
แต่ก็จะประสบปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่า หลายฝ่ายมองเห็นว่าเป็นทางตัน และเริ่มรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ กรมการฝึกหัดครูเล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้ดำริที่จะขอพระบารมีเป็นที่พึ่ง โดยขอพระราชทานนามใหม่แก่วิทยาลัยครู และเพื่อให้ได้ชื่อที่เหมาะสม จึงได้ระดมสมองคิดหาชื่อใหม่ที่ดีที่สุดส่งขึ้น ไปเพื่อขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อขอให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยโปรดเกล้าฯ พระราชทานเป็นนามใหม่ของวิทยาลัยครูต่อไป
       
การสรรหาชื่อใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก ในที่สุดคำว่า  “สถาบันราชพัฒนา”  เป็นคำที่ถูกใจคณะกรรมการมากที่สุด กรมการฝึกหัดครูจึงได้ทำหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของวิทยาลัยครู และขอพระราชทานนามใหม่ว่า สถาบันราชพัฒนา หรือชื่ออื่นใดสุดแล้วแต่จะทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ พระราชทาน ในที่สุด โดยที่มิได้คาดคิดมาก่อน พระบาทสมเด็จพระประมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ”  แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 นับเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง
       
“ราชภัฏ” 
เป็นคำที่มิมีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นนามพระราชทาน  เป็นคำศัพท์ที่ทรงใช้พระบรมราชวินิจฉัยและทรงสรรหาด้วยพระองค์เอง แสดงให้เห็นว่าทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการของวิทยาลัยครูอย่างแท้จริง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นหาที่สุดมิได้ “ราชภัฏ” เป็นศัพท์โบราณ มีความหมายตามพจนานุกรมว่า ข้าราชการ โดยนัยหมายถึงปราชญ์ของพระราชา เพราะผู้ที่จะสามารถรับใช้เบื้องพระยุคลบาท จะต้องเป็นผู้รอบรู้ มีสติปัญญาเฉียบแหลม นับได้ว่า “ราชภัฏ” นี้เป็นคำสูงส่ง เป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

สมควรจะเทิดไว้เหนือเกล้าและจงรักภักดีด้วยการตั้งปณิธานที่จะประพฤติ และปฏิบัติหน้าที่เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท สืบไป
 
..........................................
บทความ-ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ภาพ - 
มุมเล็กๆ เด็กสวนสุนันทา
www.matichon.co.th/
 



loading...


โดย tui sakrapee ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 14 ก.พ. 61 16:08 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 519 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 519 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง