จุฬาฯครองอันดับ1มหาวิทยาลัยไทย5ปีติดจากQS

ลบ แก้ไข
จุฬาฯ ครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย 5 ปีติดต่อกัน
 และอันดับ 50 ของเอเชีย
จาก QS World University Rankings 2018

จุฬาฯครองอันดับ1มหาวิทยา

ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ประจำปี 2018 ของ QS World University Rankings ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลกด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ได้จัดให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทย ในการพิจารณาระดับโลก โดยอยู่ในอันดับนี้เป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่องกันมาแล้ว (ปี ค.ศ. 2014 – 2018) และอยู่ในอันดับที่ 245 ของโลก ซึ่งขยับอันดับดีขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่อันดับที่ 252

สำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่นๆในประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับในระดับโลกมีดังนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 334 ของโลก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 551-600 ของโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับที่ 601 - 605 ของโลก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับที่ 751-800 ของโลก และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อยู่ในอันดับที่ 801-1,000 ของโลก ตามลำดับ

จุฬาฯครองอันดับ1มหาวิทยา

ขณะเดียวกัน ในการจัดอันดับสำหรับระดับภูมิภาค (QS World University Rankings by Region 2018) ได้จัดให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน (ปี ค.ศ. 2017 – 2018)  และอยู่ในอันดับที่ 50 ของเอเชีย โดยมหาวิทยาลัย      ชั้นนำอื่นๆของไทยที่ได้รับการจัดอันดับมีดังนี้ มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 58 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับที่ 97 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่ 112 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับที่ 149 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 171 ของเอเชีย มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันดับที่ 178 ของเอเชีย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับที่ 188 ของเอเชีย ตามลำดับ

เกณฑ์การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS ประเมินจากการสำรวจความคิดเห็น (Global Survey) 50% ความมีชื่อเสียงทางวิชาการ (Academic reputation) 40%  จำนวนนักศึกษาต่ออาจารย์ (Student per faculty) 20% การอ้างอิงผลงานของคณาจารย์ (Citations per faculty) 20% และชื่อเสียงของผู้จ้างงาน (Employer reputation) 10%

จุฬาฯครองอันดับ1มหาวิทยา

ในระดับโลก มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับต้นๆ ที่ประเมินโดย  QS ได้แก่ อันดับ 1 สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) อันดับ 2 มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และอันดับ 3 มหาวิทยาลัย    ฮาร์วาร์ด  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมด  สำหรับมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 1 และอันดับ 2 ของเอเชีย เป็นสองมหาวิทยาลัยหลักในประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี     นันยาง (NTU) และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ซึ่งติดอันดับ 11 และ 15 ของโลก ตามลำดับ     ส่วนมหาวิทยาลัยอันดับที่ 3 ของเอเชีย ได้แก่  Tsinghua University  จากสาธารณรัฐประชาชนจีน    ซึ่งติดอันดับที่ 25 ของโลก
           
ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยแยกตามสาขาวิชา จากการประเมินของ QS   World University Rankings  by Subject 2018 ปรากฏว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยติดอันดับ 150 ของโลก จำนวน 2 สาขาวิชา ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี (Engineering & Technology) และสังคมศาสตร์และการบริหารจัดการ (Social Sciences & Management)  นอกจากนี้จุฬาฯยัง          ติดอันดับ 200 ของโลก  ในสาขาวิชาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (Arts & Humanities) ติดอันดับ 250 ของโลก ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและชีวการแพทย์ (Life Sciences & Medicine)  และติดอันดับ 300 ของโลก ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences)

ในภาพรวมของสาขาวิชา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับดีขึ้น 3 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาสังคมศาสตร์และการบริหารจัดการ ติดอันดับที่ 139 ซึ่งดีขึ้นกว่าปีที่แล้วที่ได้อันดับ 159  สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี  อันดับที่ 140  ซึ่งปีที่ผ่านมาได้อันดับที่ 147  และสาขาวิชาศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์  อันดับที่ 197 ขยับดีขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ได้อันดับที่ 210
ในขณะที่สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและชีวการแพทย์  ตกจากอันดับที่ 203 มาอยู่อันดับที่ 215 และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ  ตกจากอันดับที่ 256 มาอยู่อันดับที่ 266

..............................................
       
                                                  
 สุรเดช พันธุ์ลี ศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ  ผู้ส่งข่าว
 



loading...


โดย tui sakrapee ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 6 มี.ค. 61 20:59 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 1,892 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 1,892 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง