กินแต่พอดีห่างไกลฟู้ดโคม่าอาการง่วงจัดหลังมื้ออาหารกลางวัน

ลบ แก้ไข

กินแต่พอดี ห่างไกล “ฟู้ดโคม่า”อาการง่วงจัดหลังมื้ออาหารกลางวัน

 กินแต่พอดีห่างไกลฟู้ดโค

หลังจากทานอาหารเยอะๆ  คุณเคยรู้สึกง่วงมาก ฝืนเท่าไหร่ก็อยากจะหลับให้ได้ ของีบสักพักแล้วค่อยทำงานต่อไปได้หรือไม่?   ฟู้ดโคม่า หรืออาการง่วงจัดหลังมื้ออาหารกลางวัน คือชื่อเรียกของอาการเหล่านี้  สำหรับสาเหตุและวิธีการป้องกันนั้น  อ.นพ.ปิยะพันธุ์ พฤกษพานิช ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้ให้ความรู้ในเรื่องนี้ 

“ฟู้ดโคม่า ไม่ใช่เป็นโรค แต่เป็นภาวะทางสรีระวิทยามากกว่า เป็นธรรมดาของคนทั่วไปที่หนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนตามไปด้วย อาการนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนแต่ระดับความง่วงอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น คุณภาพการนอนหลับในช่วงกลางคืนของแต่ละคน  การจัดสรรเวลาในการทำงาน     หากตอนเช้าเราทำงานหนักเกินไป ในช่วงบ่ายก็อาจเกิดอาการอ่อนล้าและง่วงได้  แนะนำว่างานที่ทำในช่วงบ่ายควรเป็นงานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ เคลื่อนไหวขยับร่างกายก็จะช่วยได้เยอะ”  อ.นพ.ปิยะพันธุ์  กล่าว

 กินแต่พอดีห่างไกลฟู้ดโค
 อ.นพ.ปิยะพันธุ์ พฤกษพานิช
.......................................
อาการฟู้ดโคม่า มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า Postprandial Somnolence  คือ อาการง่วงซึมหลังมื้อกลางวัน มีอีกชื่อหนึ่งว่า Carb Coma คืออาการโคม่าที่มีสาเหตุมาจากสารคาร์โบไฮเดรต สาเหตุแรกมาจากที่สมองสั่งงานให้ร่างกายใช้พลังงานในการย่อยอาหารมากขึ้น และใช้พลังงานในส่วนอื่นๆ น้อยลง    ทุกครั้งที่เราทานอาหารมื้อใหญ่ ระบบประสาท Parasympathetic หรือระบบประสาทที่สร้างสมดุลในร่างกายจะถูกกระตุ้นและสั่งการให้ร่างกายรีบไปย่อยอาหารในกระเพาะของเรา ทำให้เลือดและพลังงาน   ในส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานช้าลง เราจะรู้สึกเหมือนหมดแรง เหนื่อย และอุณหภูมิภายในร่างกายเย็นกว่าปกติ ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งนั้นเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่ถูกผลิตขึ้นมาหลังทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เมื่ออาหารตกถึงท้อง ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กๆ มีชื่อว่า กลูโคสและซูโครส และเมื่อปริมาณน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงจะทำร้ายร่างกายเราได้ ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน  เพื่อลดระดับน้ำตาลให้อยู่ในสภาพปกติ แต่เมื่ออินซูลินถูกหลั่งออกมาแล้วจะนำสารเซโรโทนิน และเมลา   โทนิน ตามออกมาด้วย ทำให้เรามีอาการง่วงจัด

สำหรับวิธีการป้องกันอาการฟู้ดโคม่า อ.นพ.ปิยะพันธุ์ แนะนำว่าควรกินอาหารแต่พอดี เพื่อระบบประสาทจะได้ทำงานเป็นปกติ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง เช่น ข้าวขัดสี   ขนมปังขัดสี อาหารชุปแป้งทอด เส้นพลาสต้า ก๋วยเตี๋ยว รวมถึงขนม ของหวานและเครื่องดื่มที่มีรสหวานเติมน้ำตาลทั้งหลาย ควรเน้นการทานผักและไขมันชนิดดีทดแทนการสร้างพลังงาน ควรเคี้ยวช้า ๆ และพยายามลดความเร็วในการรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้รับรู้รสอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนโคลีซิสโตไคนินออกมาในระดับที่พ­­อดีกับความต้องการใช้งานในกระบวนการย่อย ก็จะทำให้มีอาการง่วงน้อยลง
 “แม้อาการฟู้ดโคม่าจะไม่ส่งผลกระทบที่ทำให้เกิดอันตรายที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาการฟู้ดโคม่าสร้างความทรมานให้ร่างกายไม่น้อย แทนที่จะได้กินอาหารให้อร่อย กลับต้องมาอึดอัดท้องและหายใจไม่ออก รวมทั้งมีอาการง่วงอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรนึกถึงแต่ของอร่อยจนลืมนึกถึงสุขภาพร่างกายของตัวเอง  นอกจากนี้ ช่วงทานอาหารเสร็จใหม่ๆ สมองจะไม่ค่อยแล่น ควรงดทำกิจกรรมที่ใช้ความคิดมากๆ แล้วหันมาทำกิจกรรมเบาๆ อย่างอื่นแทน เพื่อลดการทำงานหนักของสมอง ถ้ามีเวลาได้งีบสัก 10 – 15 นาทีก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น  หรือถ้าไม่หาย การดื่มกาแฟก็ช่วยได้เหมือนกัน”  อ.นพ.ปิยะพันธุ์ กล่าวในที่สุด

.................................
ที่มา-ศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ
ขนิษฐา จันทร์เจริญ  ผู้ส่งข่าว
ภาพประกอบจาก 
www.yh.pro.br
 



loading...


โดย tui sakrapee ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 12 พ.ย. 61 12:54 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 389 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 389 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง