"อ๊อฟ" รับ ทะเลาะ "โอปอล์" เผยความรู้สึกไม่เหมือนเดิมแล้ว

ลบ แก้ไข

"อ๊อฟ" รับ มีปากเสียงกับเพื่อนสนิท "โอปอล์" จริง บอกเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดจากอะไร กลัวอีกฝ่ายเสียความรู้สึก ยัน ตนเข้าใจแต่ไม่รู้อีกฝ่ายจะเข้าใจเหมือนตนหรือเปล่า พร้อมเผย ความสัมพันธ์ตอนนี้ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน
       
       มีกระแสข่าวหนุ่มเสียงดี "อ๊อฟ ปองศักดิ์ รัตนพงษ์" เกิดทะเลาะกับเพื่อนสนิทสาวมั่น "โอปอล์ ปาณิสรา พิมพ์ปรุ" ถึงขั้นไม่คุยกันเหมือนเมื่อก่อนเลยทีเดียว
       
       "เคยทะเลาะกันครับ แต่ว่าตอนนี้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้วครับ เข้าใจกันแล้วแต่ไม่รู้ว่าฝ่ายนู้นเขาจะเข้าใจอ๊อฟหรือเปล่านะ เรื่องที่ทะเลาะกันคือคนเราเวลาที่อยู่กันนานๆ คบกันมานานๆบางทีมันไม่มีชิ่องว่างให้แต่ละคนได้่พักกันเลยพออยู่ด้วยกันมากๆความเป็นส่วนตัวมันเริ่มหาย พอเราต้องการความเป็นส่วนตัวมันทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจ ก็เลยทำให้เป็นปัญหานานมากครับ เคยไม่คุยกันนาน 3-4 เดือนนะ"
       
       "ครั้งนี้ก็ถือว่าทะเลาะกันแรงเหมือนกันแต่เป็นเพื่อนกันขอโทษเป็นสิบๆ ครั้งก็น่าจะเข้าใจแล้วเสียน้ำตาครั้งดียวพอครับ มันเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างที่บอกเราก็พยายามขอโทษเราก็ผิดด้วยที่เป็นคนออกมาก่อนแต่สิ่งที่เราขอโทษเขาเป็นสิบๆ ครั้งเขาไม่เข้าใจกลายเป็นว่าเขาไม่คุยกับอ๊อฟเลยโทรไปก็ไม่รับ"
       
       "อ๊อฟโอเคมากแล้วแต่อ๊อฟไม่รู้ว่าโอปอล์จะรู้สึกยังไงโอเคอยู่หรือเปล่ากับการที่เราจะกลับมาคืนดีกันแต่เราอาจจะไม่ได้มาเจอกันเหมือนเมื่อก่อนเรามีหลายอย่างที่ต้องทำเขาจะรับได้หรือเปล่า"
       
       "ถ้าถามอ๊อฟอ๊อฟเหมือนเดิมครับ หลังจากที่เราเคลียร์ปัญหากันเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกอ๊อฟเหมือนเดิมครับแต่อ๊อฟไม่รู้ว่าโอปอล์เขาจะรู้สึกยังไง เขาก็อาจจะมีเปลี่ยนๆไปบ้างครับ อ๊อฟอยากจะบอกว่าการที่เป็นเพื่อนกันมันไม่จำเป็นต้องเจอกันทุกวันหรือไม่จำเป็นต้องคุยกันทุกวันหรือไม่ต้องอยู่ด้วยกันทุกวันก็ได้แต่อาจจะไม่เข้าใจ อ๊อฟไม่ค่อยพูดเรื่องนี้แต่ว่าเขาค่อนข้างที่จะให้สัมภาษณ์กับนิตยสารบ่อยมันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเอ๊ะอะไร แต่ตอนนี้เราก็เข้าใจแล้ว"
       
       บอก ตอนนี้โทรไปหาอีกฝ่ายรับแต่คุยไม่เหมือนเดิม รับตอนนี้ต่างคนต่างใช้ชีวิต ก่อนเผยไม่รู้สึกน้อยใจอีกฝ่ายที่ไม่เข้าใจตน


       "ตอนนี้โทรไปเขาก็รับครับ แต่ว่าก็คุยกันไม่เหมือนเดิมแต่ก็โอเคครับกับผลที่มันเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครผิดใครถูกมันเป็นความผิดของคนสองคนแต่ในความผิดของโอปอล์อ๊อฟไม่สามารถพูดออกมาได้ว่ามันคืออะไรแต่มันเป็นความรู้สึกส่วนตัวของอ๊อฟที่อ๊อฟพูดออกมาแล้วอาจจะทำให้เสียความรู้สึกอ๊อฟก็เลยขอเงียบดีกว่า"
       
       "ตอนนี้ไม่อยากพูดอะไรเลย ก็มีคนพยายามจะเคลียร์ให้แต่ว่าอ๊อฟคิดว่าถ้าคนจะพยายามเคลียร์อะไรให้เพื่อให้เราเข้าใจกันแต่ว่าถ้าเราสองคนไม่เข้าใจกันมันก็ไม่เกิดผลอะไร"
       
       ไม่ถึงกับไม่คุยเลย และไม่น้อยใจอะไรทั้งนั้น
       "ไม่เชิงครับแต่ถ้าเกิดเจอกันหรือเวลามีปัญหาอ๊อฟก็จะโทรไปให้กำลังใจเขาบ้างในบางเวลาที่เขาพร้อมจะรับโทรศัพท์เราแต่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยได้ปรึกษาอะไรกันมากมายแล้วครับเพราะต่างคนต่างใช้เวลาของตัวเองและเวลาเขามีปัญหาอะไรเขาก็จะคิดของเขาเองแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเอง"
       
       "ไม่น้อยใจครับ เพราะรู้สึกว่าเข้าใจมันเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าเพราะว่าอย่างน้อยเราก็ยังได้มีเวลาคิดงานของเราด้วยเพราะแต่ละคนก็ทำงานค่อนข้่างยุ่งเหมือนกันครับ"

 


       
       สอบถามกรณีที่เพื่อนสาว"โอปอล์"โชว์หวิวถ่ายชุดว่ายน้ำว่าฟิคแบคเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าตัวรีบแจงเหมือนน้อยใจว่า อีกฝ่ายไม่เคยปรึุกษาตนในเรื่องนี้ ก่อนชมเซ็กซี่ดี
       "อ๊อฟไม่ได้ถามเรื่องนี้ ตอนเขาถ่ายเขาก็ไม่ได้ปรึกษาอ๊อฟ พออ๊อฟเห็นอ๊อฟคิดว่าเขาน่าจะทำให้คนได้เห็นบ้างแต่ว่าก็ไม่ได้คุยกันว่าฟิคแบคเป็นอย่างไงแต่อ๊อฟก็ว่าเซ็กซี่ดีครับ"
       
       สอบถามต่อถึงข่าวที่ว่าเป็นโรคเป็นโรคอะไร เจ้าตัวรีบแจง เป็นโรคไข้รากสาดใหญ่ ส่งผลให้ตนหอบและเหนื่อยง่าย เผย หมอแนะให้พักงานและดูแลที่อาศัยให้สะอาด
       "เป็นโรคชนบทที่ใครหลายๆ คนไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรแต่ก็ค่อนข้างหนักเหมือนกัน ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากๆแล้วครับตอนเป็นก็จะไข้ขึ้นสูง 40 องศาถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจไปหาหมอก็คงไม่อยู่แล้ว ดีที่วันนั้นไปหาหมอไม่ได้รักษาแบบชาวบ้าน"
       
       "ตอนนี้ก็จะหอบบ่อยจะไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่เหนื่อยง่าย ไม่มีผลต่อการร้องเพลงครับ เพราะว่ารักษาตั้งแต่เนิ่นๆพ อเป็นก็พัก 4 วัน 3 คืนครับ แล้วก็มาพักต่อที่บ้าน งดรับงานด้วยครับ ก็จะรักษาจนกว่าคุณหมอจะโอเคแล้ว แต่คุณหมอก็บอกนะว่าหายขาด"
       
       "คุณหมอก็นัดให้ไปดูอาการอยู่เรื่อยๆ เพราะโรคมาทางปอดต้องเอ็กซ์เรย์ด้วย ออฟก็ต้องดูแลตัวเองเสมอ อยู่ที่อากาศปลอดโปร่ง การกินอาหารก็สำคัญ ทำความสะอาดที่นอนก่อน เพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าที่นอนมีเชื้อโรคอะไรหรือเปล่าโดยตอนนี้คุณหมอก็ให้หยุดรับงานไปก่อน อย่างงานที่ต่างประเทศที่เราต้องไป ก็ต้องแคนเซิลหมดเลย คุณหมอไม่อยากให้ไป"
       
       รับ การงดงานทำให้รายได้หด แต่ตนไม่ได้รู้สึกเสียดาย บอก อยากดูแลตัวเองมากกว่า..."ก็เยอะเหมือนกัน แต่มันก็คุ้มกับตัวออฟในอนาคต เพราะถ้าเราไม่ดูแลตัวเองในตอนนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองตอนนี้ อนาคตก็จะต้องเสียรายได้มากกว่านี้ก็ได้"

 



loading...


โดย มาวินซ่าส์.คอม ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 2 เม.ย. 52 13:11 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 8,344 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 8,344 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง