“หลาน” งัดหลักฐานจับผิด “หนุ่ม กรรชัย” จวกอกตัญญู สาวไส้เละ

ลบ แก้ไข

 

 

 

 

 

 

 

 

หลาน” ทนไม่ไหว งัดหลักฐานจับผิด “หนุ่ม กรรชัย” จวกอกตัญญูพูดได้ไงว่าพ่อตายแล้วไม่ได้อะไร ยัน “แม่เลี้ยง” รักเหมือนลูก ไม่เคยให้ไปนอนในห้องคนใช้เหมือนที่กล่าวอ้าง สุดช้ำเจอหมายศาลถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล ซัดกลับครอบครัวไม่เคยหนีหน้า หนุ่มต่างหากที่เป็นฝ่ายหายไปเนื่องจากยืมฤาษีมูลค่าเกือบ 10 ล้านจากที่บ้านไปแล้วไม่เอามาคืน
       
       หลังจากที่ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแม่เลี้ยง “นางวิมลรัตน์ กำเนิดพลอย” และ “นายอัคระ” พี่ชายต่างมารดา ต่อศาลแพ่งธนบุรี เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเปลี่ยนผู้จัดการมรดกและจัดแบ่งมรดกของบิดา “นายประกอบ กำเนิดพลอย” เนื่องจากที่คู่กรณีไม่ยอมแบ่งมรดกในส่วนที่ตนสมควรจะได้ ซ้ำยังโอนทรัพย์สินบางอย่างไปเป็นของทายาทคนอื่นและบุคคลอื่น รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดร่วม 100 ล้าน จนเป็นข่าวครึกโครมใหญ่โต
       
       ล่าสุดเมื่อวันก่อนก็ขึ้นศาลไกล่เกลี่ยเป็นนัดแรกแต่ปรากฏว่าเจ๊งไม่เป็นท่า เนื่องจากมีการเปิดฉากถกเถียงกันในศาลยกใหญ่ เท่านั้นไม่พอยังเป็นประเด็นต่อเนื่องออกมานอกศาลเพราะดาราพิธีกรไปโฟนอินให้สัมภาษณ์ที่ในรายการ “แฉแต่เช้า” บอกว่า ตั้งแต่พ่อตายก็ไม่เคยได้รับการหยิบยื่นให้ความช่วยเหลือจากฝ่ายแม่เลี้ยง ซ้ำยังหนีหน้าไม่ยอมเคลียร์เรื่องสมบัติ แถมยังเล่าชีวิตสุดรันทดสมัยที่ต้องเข้าไปอยู่บ้านกับแม่เลี้ยงว่า ต้องไปนอนกับคนขับรถ และซักเสื้อผ้ารวมกับคนรับใช้ พร้อมทั้งแฉว่าคู่กรณีนำพระเครื่องรางของพ่อขาย
       
       งานนี้ “พลอยไพลิน กำเนิดพลอย” ลูกสาวของ “เชษฐา กำเนิดพลอย” หลานสาวของนางวิมลรัตน์ก็เลยทนไม่ไหว ยันที่ผ่านมาครอบครัวไม่เคยหนีหน้า หนุ่ม กรรชัยต่างหากที่เป็นฝ่ายหายไปเนื่องจากมายืมฤาษีมูลค่าเกือบ 10 ล้านจากที่บ้านแล้วไม่เอามาคืน จวกอกตัญญูพูดได้ไงว่าย่าไม่เคยให้อะไรทั้งที่ผ่านมาเข้ามาขออะไรก็ได้หมด โดยพลอยไพลินได้เปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด พร้อมเผยความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของตนกับหนุ่ม กรรชัยให้ฟังว่า
       
       “คือคุณย่าวิมลรัตน์ กำเนิดพลอย(แม่เลี้ยงหนุ่ม) มีลูกกับคุณปู่ประกอบ กำเนิดพลอย(พ่อของหนุ่ม) มีลูกทั้งหมด 3 คน ซึ่งพลอยเป็นลูกคุณเชษฐา กำเนิดพลอยลูกชายคนแรกของคุณปู่คุณย่า คุณปู่มีภรรยา 4 ท่าน โดยคุณแม่ของอาหนุ่มเป็นภรรยาท่านที่ 3 ส่วนภรรยาท่านที่ 2 กับ 4 ยังมีชีวิตอยู่นะคะแต่ว่าคุณแม่ของอาหนุ่มท่านเสียไปตอนอายุได้ 30 เศษๆ คุณปู่มีลูกกับคุณย่าของพลอยและก็คุณแม่ของอาหนุ่ม”
       
       “ตั้งแต่ที่คุณปู่เสียไปเมื่อปี 47 อาหนุ่มก็ได้เงินไปจากที่บ้านประมาณ 2,200,000 กว่าบาทก็แฮบปี้กันทุกฝ่าย อาหนุ่มก็หายไปเหยียบปีกลับมาอีกทีประมาณปลายปี 48 ก็กลับมา เออ...แม่หนุ่มขอพระไปบูชา ขอพระไปไหว้ผู้ใหญ่ คือเขากลับมาเขามักจะได้อะไรกลับไปทุกครั้ง เขาแค่พูดคำว่าแม่หนุ่มขอ คุณย่าก็จะให้เขาอยากได้อะไรเขาก็ได้”
       
       “ล่าสุดก่อนที่จะมีเรื่องฟ้องเมื่อต้นปี 51 เขาก็มาเอาฤาษีไปซึ่งแพงมากองค์ละเกือบ 10 ล้าน แต่เขาไปให้สัมภาษณ์ว่า คุณย่าพลอยใช้ให้เขาไปขายซึ่งเขาไม่อยากจะขายเลยอยากจะเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งจริงๆ แล้วเขาเป็นคนมาบอกคุณย่าว่าขอเอาไปดูหน่อยเพราะมีชาวสิงคโปรต้องการจะดูฤาษีองค์นี้ คุณย่าก็บอกว่าอยู่ที่บ้านพลอยเขาก็ไปที่บ้านพลอย เขาก็ไปพูดกับแม่และก็พี่สาวพลอย พูดกดดันจนได้ฤาษีไปจากนั้นเขาก็หายไปเลย”
       
       “กับการที่เขาบอกว่า เขาติดตามทวงถามคุณย่าเรื่องมรดกมาตลอด พลอยอยากจะบอกว่า ตั้งแต่เขายกฤาษีไปตั้งแต่ปี 51 พลอยโทรหาเขาและก็ส่งเมสเสจแต่เขาไม่เคยรับไม่เคยโทรกลับและก็หายไปเลย หายไปปีกว่าๆ และก็ไปพร้อมกับฤาษีและก็กลับมาพร้อมกับใบศาล”
       
       “คุณย่าไม่ได้พูดอะไรเอาแต่ร้องไห้เพราะฤาษีเป็นสมบัติที่แพงที่สุดแล้วในบ้านหลังนี้ คือเรื่องนี้คนในครอบครัวเสียใจกันมากเพราะมันเป็นสิ่งสุดท้ายของที่บ้าน วันหนึ่งถ้าเราไม่มีเงินเราก็มีสมบัติตรงนี้ อันนี้เราเคยขอเขาแล้วอย่าเอาไปเลยแต่เขาก็เอาไป”
       
       “ตอนนั้นแม่พลอยไม่คุยกับย่านานเลย เพราะโกรธที่ย่าบอกว่าฤาษีอยู่ที่บ้านพลอย แต่ก็เข้าใจย่านะคะย่าเขาคงกดดัน อาหนุ่มก็เป็นลูกคนหนึ่งถ้าเขาอยากเอาไปดูก็ให้เอาไป คือย่าเขาจะสงสารอาหนุ่มที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่อะไรที่เขาให้ได้เขาจะให้อาหนุ่มหมดเลย แม่กับพี่สาวพลอยก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะแม่พลอยเป็นพี่สะใภ้ทางนั้นเขาก็มีสิทธิ์เพราะเขาเป็นลูก”
       
       “พอเขาเอาไปหลายๆ วันจนกระทั่งเป็นเดือนก็จะเริ่มประสาทเสียกันแล้ว พลอยก็โทรไปหาเขาตลอดส่งเมสเสจหาเขาทุกวัน อาหนุ่มเอาพระมาคืนย่านะขอร้อง เขาก็จะเงียบ คุณย่าก็เสียใจจนเลิกเสียใจไปแล้วตอนหลังเขาก็ทำใจแล้วว่าคงไม่ได้กลับมา ทั้งที่จริงๆ แล้วเราสามารถไปแจ้งความได้เลยนะแต่เราก็ไม่อยากทำไม่อยากให้เขาเสียชื่อเสียง แต่เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาเขาพึ่งไปแจ้งความจับย่าพลอยแจ้งความคดีอาญายักยอกทรัพย์ แรงมากเขาไม่ได้เล่นๆ เลยนะเขาทำจริงย่าพลอยแทบช็อกร้องไห้เลย”
       

       “ย่าเขาอายุ 74 แล้วนะเขาก็อยากนั่งดูทีวีสบายๆ แต่มาเจอแบบนี้แม่เลี้ยงเบี้ยวไม่ยอมไปศาล แต่ไม่มีใครรู้ว่าสภาพเขาเป็นไง แฟ้มโรงพยาบาลเป็นปึ๊งเลย เป็นโรคหัวใจโต เบาหวาน น้ำในหูไม่เท่ากัน เป็นโรคหมุนตลอดเวลา ไม่มีใครรู้แต่มาตัดสินเขาว่า เป็นแม่เลี้ยงหุบสมบัติ ทั้งที่ใครขอก็ให้ไม่เคยบอกว่าไม่มีไม่ให้ แล้วคน 74 ปีโดนแจ้งอาญาเลยนะเขาทำได้ไง เขาแจ้งแบบนี้ทำให้เราคิดว่าไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้แล้ว คงต้องสู้ไปเลยสู้ให้สมศักดิ์ศรี”
       
       “คุณย่าเสียใจมากร้องไห้เขาเป็นฝ่ายให้อาหนุ่มมาโดยตลอด แต่อาหนุ่มบอกว่าเราไม่เคยให้ เราเองก็ไม่เคยให้เขาได้เซ็นต์รับ เพราะเหมือนเราเป็นครอบครัวไม่คิดว่าจะมีเรื่องฟ้องร้องในบ้าน กำเนิดพลอยไม่ได้มีแต่บ้านเราญาติๆ คนอื่นเขาก็บอกให้สู้”
       
       “แล้วพอเราบอกว่าเขาเอาฤาษีไป เขาก็มาให้ข่าวว่า ย่าพลอยเป็นคนบอกให้เอาไปขาย ย่าพลอยไม่รู้จักใครเลยนะเขาไม่มีคอนเน็กชั่นเลย พลอยอยากจะถามว่ามันมีตัวตนไหม ใครเหรอที่ย่ารู้จัก ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีส่วนร่วมอะไรกับครอบครัว ปู่เสียไป 5 ปีเขามาแค่ปีแรก วันที่ 7 ตุลาคมครบรอบวันปู่เสียเราจะทำบุญกันทุกปีที่วัดไทรม้าแต่อาหนุ่มมาแค่ปีแรกและไม่เคยมาทำบุญอีกเลย เราเองก็โทรตามตลอดแต่ก็ไม่รับ จะบอกว่าฉันไปทำของฉันเองคนเดียวมันก็แปลกๆ ในเมื่อทั้งตระกูลกำเนิดพลอยมาหมดแต่หนุ่ม กรรชัยไม่เคยมา แล้ววันนี้จะมาเอามรดก แต่พลอยเชื่อนะว่าเวรกรรมมันมีจริง”
       
       โต้ข่าวที่ “หนุ่ม กรรชัย” เคยให้สัมภาษณ์ว่า เอาพระที่เป็นมรดกของพ่อไปขาย
       “บ้านพลอยทำธุรกิจซื้อมาขายไปพระบางองค์ก็ขายไปจริงๆ แต่มันเป็นของส่วนตัวย่าเป็นสินส่วนตัวตรงนี้สามารถยืนยันได้ และบางองค์ปู่ก็เป็นคนที่ขายไปเอง เขาก็จะมีใบขอบคุณคุณประกอบที่ให้เช่าพระรุ่นนี้ในราคาเท่านี้ๆ ตรงนี้เราจะเก็บหลักฐานไว้หมดเอาไว้สู้กัน”
       
       “เราเป็นคนโนบอดี้ไม่ได้มีชื่อเสียงเราก็ต้องปล่อยให้เขาพูดไปก่อน พลอยไม่รู้จะไปพูดกับใคร แต่ที่ต้องออกมาพูดวันนี้เพราะสงสารคุณย่า เพราะตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องเมียหลวงเมียน้อย เขาบอกว่าเขาไม่มีใครพ่อแม่ตายหมดทางเรายังมีแม่ แต่จริงๆ คือเราเป็นฝ่ายกวักมือเรียกเขาตลอดแต่เขาไม่เคยหันกลับมา เราจะเป็นฝ่ายตามเขาตลอดแต่มันเหมือนตะโกนแล้วเขาไม่ได้ยิน ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะมีเรื่องอะไรเขาโทรหาเที่ยงคืนทุกคนรับโทรศัพท์หมด แต่เราโทรหาเขาจะไม่รับเขาไม่เคยช่วยอะไร หาไม่เจอว่าเขาอยู่ไหน อย่าได้โทรไปเชียวโทรไปเขาก็ไม่รับอยู่แล้ว
ซัด “หนุ่ม กรรชัย” ควรยอมรับว่าเคยได้อะไรจากครอบครัวของตนไปบ้าง
       “เขาพูดในศาลว่าตั้งแต่ปู่เสียย่าไม่เคยหยิบยื่นอะไรให้เขาเลย ซึ่งจริงๆ แล้วทุกปีใหม่ย่าเขาจะเป็นคนที่ชอบให้ของขวัญลูก พอปีใหม่ก็ห่อของขวัญซื้อเสื้อซื้ออะไรให้ลูกๆ ถึงแม้ปู่จะเสียแต่ก็ไม่เคยขี้งกกับเขา ย่าจะให้เขามากกว่าคนอื่นเพราะเขาไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับเรา แม้แต่คุณพ่อและคุณอาซึ่งเป็นลูกของคุณย่าปีใหม่ยังไม่ได้เงินเลยนะคะมีแต่อาหนุ่มได้คนเดียว แต่เขาดันพูดว่าเขาไม่เคยได้อะไรเลย พลอยก็เลยโกรธเถียงกันในศาล”
       
       “คือเมื่อปี 50 จะเข้าปี 51 อาหนุ่มเขาไปรีสอร์ทกับพี่เมย์(เมย์ เฟื่องอารมณ์)คุณย่าก็ให้เชคไป 2 แสน แต่เมื่อวานที่ศาลเขาบอกว่าคุณย่าไม่เคยให้อะไร พลอยก็เลยยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด พลอยถามหน่อยย่าให้เชค 2 แสนไม่ได้ซาบซึ้งในความปรารถนาดีของย่าพลอยเลยเหรอ เขาบอกเชคอะไรเขาไม่เคยได้ พลอยก็เลยบอกอาหนุ่มพูดอย่างนี้ได้ไง เชคมันมีต้นขั้วนะ เขาก็บอกว่าไปเชคของเขาได้เลยเขาไม่ได้รับอันนี้ให้เมย์หรือเปล่า พลอยบอกว่าเอ๊ะพูดอย่างนี้ได้ไงพี่เมย์เป็นใคร พี่เมย์เป็นแค่แฟนแล้วจะได้เงิน 2 แสนจากย่าเหรอ”
       

       “เขาพูดแบบนี้พลอยก็วีนสิ พลอยก็เลยบอกว่า อาหนุ่มถ้าเชคใบนี้ไม่ได้อยู่ในบัญชีอาหนุ่มแต่อาหนุ่มเอาเชคนี้ไปให้ผู้หญิงหรือให้ใครที่มีความเกี่ยวข้องกับอาหนุ่มก็ขอให้อาหนุ่มยอมรับว่า อาหนุ่มได้เงินไปจากย่าจริงๆ แต่ว่าอาหนุ่มจะเอาเงินไปทำอะไรพลอยไม่ทราบ แต่ขอให้ยอมรับเท่านั้นเองว่าเป็นเงินปีใหม่ที่ได้รับไป ก็เถียงกันเลยเขาก็บอกว่าเขาไม่ได้รับ ไปดูสิว่าอยู่ในบัญชีเมย์หรือเปล่า ให้เมย์มั๊งไม่ได้ให้เขาหรอกก็เถียงไปข้างๆ คูๆ”
       
       โชว์ใบอุปสมบทจักโกหก “หนุ่ม กรรชัย” กรณีที่อ้างกับศาลและพูดในรายการ “แฉแต่เช้า” ว่า “แม่เลี้ยง” ไม่เคยให้ความช่วยเหลือแม้กระทั่งตอนบวช
       “เรื่องบวชเป็นเรื่องที่เราเถียงกันในศาล พลอยว่าเขาว่าอกตัญญู ย่าให้การศึกษาบวชเรียนให้เคยคิดบ้างไหม เขากับป้าก็เถียงกันเลยว่า ฉันเป็นคนออกค่าวัดให้ พลอยก็เลยบอกเอ้าแล้วข้าวปลาอาหารล่ะ ข้าวของและที่ติดต่อล่ะ คุณทำบุญคุณใส่ซองใช่ แต่จัดแจงจัดงานอะไรมันเป็นครอบครัวพลอยจัด”
       

       “เขาเอาเรื่องนี้ไปพูดในรายการแฉแต่เช้าด้วยไปให้สัมภาษณ์ว่า ย่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบวช แต่เผอิญว่าเจ้าอาวาสไปรู้จักกับคุณย่าก็เลยรู้ข่าวว่าอาหนุ่มจะบวช ซึ่งจริงๆ แล้วคุณย่าเป็นคนหาสถานที่เพราะบ้านพลอยเนี่ยไม่ว่าใครจะบวช วันเกิด วันตาย ครบรอบอะไรจะทำบุญที่วัดนี้ตลอด และคุณย่าก็เป็นคนจัดหาสถานที่จัดข้าวปลาอาหารถวายพระ โดยคุณป้าของอาหนุ่มเป็นคนช่วยเงินทำบุญ แต่จะมาบอกว่าย่าพลอยไม่เกี่ยวข้องตรงนี้ย่าพลอยเสียใจ เขาบวชให้หลักฐานก็มี การบวชมันต้องมีใบอุปสมบทที่จะต้องมีลายเซ็นของพยานผู้ปกครองบิดามารดาย่าพลอยก็เป็นคนเซ็นต์ พยานก็เป็นชื่อของอาของพลอยสองคนที่โดนอาหนุ่มฟ้อง พลอยก็งงว่าเขาจะมาเถียงทำไม”
       
       “เขาบอกว่าย่าพลอยไม่ใช่ผู้มีพระคุณ พลอยอยากจะทวงสิทธิ์ให้ย่าพลอย ย่าพลอยอายุตั้ง 74 แล้ว เราไม่เคยพูดเรื่องเงินในโต๊ะอาหาร คำว่ามรดกมันดูยิ่งใหญ่มันดูเยอะมากสำหรับครอบครัวพลอย เราไม่ได้เป็นลูกคนใหญ่คนโต ตอนนี้พลอยอายทำไมมีเรื่องแบบนี้ ทำไมเขาไม่เดินมาคุย เขาหายไปปีกว่าและกลับมาพร้อมหมายศาลทำให้ย่าช็อกเข้าโรงพยาบาลเลย”
       
       เผย “หนุ่ม กรรชัย” สมัยที่อาศัยอยู่กับ “แม่เลี้ยง” มีชีวิตสะดวกสบายมีรถขับได้ไปเที่ยวเมืองนอก ไม่ได้นอนกับคนขับรถและซักผ้าร่วมกับคนรับใช้เหมือนที่หนุ่มให้สัมภาษณ์
       “พอแม่อาหนุ่มเสียปู่ก็พามาไหว้ย่าและก็พาเข้ามาอยู่ในบ้าน ตอนนั้นอาหนุ่มอายุ 16-17-18 นี่แหละวัยรุ่นเลย แต่ก่อนหน้านี้ย่าเขาก็รู้อยู่แล้วเรื่องแม่ของอาหนุ่ม บ้านพลอยกับบ้านอาหนุ่มค่อนข้างสนิทกัน แม่พลอยกับแม่ของอาหนุ่มก็สนิทกันไปมาหาสู่กันตลอด ย่าจะรับรู้เรื่องนี้มาตลอดแต่ก็ไม่มีอะไรก็อยู่มา”
       
       “อาหนุ่มมาอยู่ที่นี่ย่าพลอยก็ส่งเสียให้เรียนหนังสือมีปัญหาอะไรก็ช่วยตลอดคือเลี้ยง เขาอยู่อย่างสบายมีรถขับตั้งแต่วัยรุ่น แล้วเขาไปพูดได้ไงว่าเขาต้องนอนกับห้องคนขับรถและต้องซักเสื้อผ้ารวมกับคนรับใช้ ซึ่งมันซินเดอเรลล่ามากๆ ฟังแล้วงงมากเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นด้วยเหรอ บ้านพลอยไม่เคยมีห้องคนรถนะคะ จะมีแต่ห้องเด็กรับใช้ที่เป็นผู้หญิง แล้วเขาจะไปนอนกับเด็กผู้หญิงเหรอ เขาจะไปนอนส่วนไหนของบ้าน เรื่องซักเสื้อผ้าเขาไม่เคยต้องซักเสื้อผ้าเอง เราไม่เคยมีการมาแยกหรือแบ่งชนชั้นในบ้านที่เขาพูดเหมือนเขาอยู่ในโลกแห่งการแสดงละครตลอดเวลา พอเขาพูดเรื่องนี้แล้วพลอยขำมากหัวเราะกันสุดๆ คุณย่าก็เลยกลายเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายไปเลย”
       
       “อย่างในรูปที่ให้ดูก็จะให้ว่าเขาก็เอาผ้าเอาอะไรมาปูนอนในห้องปู่ซึ่งคุณพ่อพลอยก็ปูนอนด้วย ก็ถ่ายรูปอะไรกันน่ารัก นอกจากนั้นแล้วย่าก็พาไปเที่ยวฮ่องกงก็เป็นแฟมิลี่ที่น่ารักไปเที่ยวด้วยกัน ก็แปลกดีเขาบอกว่าเขาอยู่กับคนรับใช้แต่ได้ไปฮ่องกง(หัวเราะ)
       

       “ย่าเลี้ยงดูเขาเหมือนลูกคนหนึ่งเลย ไปเมืองนอกก็ซื้อของมาฝาก ปีใหม่ก็ซื้อของขวัญให้ ตอนเขาเป็นดาราดังๆ คุณย่าซื้อของขวัญปีใหม่ให้แต่ปีหนึ่งก็ไม่กลับมาเอาของขวัญก็ตั้งอยู่ที่เดิม แต่ย่าก็ไม่เข็ดปีหน้าย่าเขาก็ซื้อให้อีก ย่าเขาก็เป็นของเขาแบบนี้ คือครอบครัวพลอยก็เต็มที่กับเขานะ ตอนที่เขาไปเป็นดาราเขาย้ายไปอยู่กับคุณตาเขาที่ราชวัตร พอคุณปู่มีสตางค์ก็ไปสร้างบ้านให้เขาอยู่ในที่ของคุณตาเขา”
       
       “ย่าของพลอยดีกับเขามาตลอด เขาก็พูดเสมอว่าเขาไม่อยากจะให้ข่าวแต่เขาก็ให้ข่าว เขาบอกว่าย่าพลอยเป็นแม่เลี้ยงซึ่งเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจที่จะชี้นำแต่มันทำให้สังคมคิดว่า ย่าพลอยเป็นเมียน้อย คำว่าแม่เลี้ยงนี่คนจะเข้าใจเลยว่า เป็นแม่เลี้ยงใจร้ายหรือไม่ก็เมียน้อย”
       
       “อยู่ดีๆ เขาก็ตั้งตำแหน่งคุณป้าของเขาขึ้นมาว่าเป็นแม่ใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาเขาจะเรียกย่าว่าแม่มาตลอดอยู่ดีๆ ก็ใส่เป็นแม่เลี้ยง เขาสร้างตำแหน่งขึ้นมาใหม่ทำให้คนไทยสับสน ทั้งๆ ที่พลอยไม่เคยบอกใครว่าเขาเป็นลูกของภรรยาคนที่เท่าไหร่เพราะมันเหมือนประจานปู่ และที่สำคัญที่ผ่านมาย่าก็ไม่เคยบอกใครเลยว่า เขาไม่ใช่ลูกจริงๆ ของย่า แต่ทุกวันนี้ย่าต้องตอบคำถามคนอื่นเยอะมากว่า ไม่ใช่แม่เขาเหรอ เหมือนว่าย่าไปโกหกว่าเป็นแม่ดาราอยากดังหรือเปล่า ทั้งๆ ที่ย่าอยากโพรเท็กส์สามีไม่กล้าบอกใครว่าสามีมีภรรยาหลายคน คือเราอยู่ด้วยกันมานานเขาก็เหมือนอาแท้ๆ ของพลอย “
       
       เคลียร์เรื่องมรดกยันทรัพย์สินไม่ถึง 100 ล้าน
       “เรื่องมรดกครอบครัวเราไม่เคยมาคุยว่ามรดกเท่าไหร่ต้องแบ่งเท่าไหร่ ตอนปู่เสียทิ้งสตางค์ไว้ไม่มากประมาณ 6 แสนบาท ย่าก็ต้องใช้หนี้ตามกฎหมายที่เหลืออยู่ ลูกๆ ทุกคนก็รู้ว่าทรัพย์สินที่เหลืออยู่มันก็ไม่ได้มีอะไรก็ยกให้ย่าไป แต่อยู่ดีๆ ก็มีคนมาบอกว่า ทำไมคุณไม่ทำบัญชีมรดก ย่าอายุ 74 มาพูดเรื่องบัญชีมรดกเขาก็ไม่เข้าใจ เขามีความรู้สึกว่าของพวกนี้มันอยู่ในบ้านเขาอย่างพระนี่ก็กราบไหว้มาโดยตลอด แต่เขาก็มาชี้ว่าอันนี้เป็นของพ่อนะต้องมาขายแบ่งมันก็ไม่ไหว”
       
       “ตอนที่เสียคือปู่มีเงินเหลืออยู่ในบัญชีแค่ 6 แสนบาทและก็มีที่ดิน 2 แปลงที่ชุมพร แปลงหนึ่ง 30 ไร่ อีกแปลงหนึ่งทำรีสอร์ทบ้านกำเนิดพลอย ส่วนที่ดินที่จรัญฯ เป็นบ้านที่ครอบครัวพลอยอยู่มาก่อนที่อาหนุ่มจะเกิด ปู่ยังไม่ได้ไปชอบพอกับแม่เขาเลยแต่เขาก็เอาไปพูดว่าบ้านหลังนี้คือมรดก นอกจากนั้นก็เป็นพระที่เขามาตั้งราคาเท่านั้นเท่านี้เองโดยที่ไม่รู้มูลค่าของมันจริงๆ ส่วนรถยนต์ที่เขาอ้างถึงว่าต้องเป็นมรดก ก็เป็นรถยนต์ที่ปู่กับย่าซื้อต่อจากเขา 2 ล้านบาท คือตัวเงินในบัญชีมันมีอยู่แค่นั้นไม่ได้มีเงินเป็น 100 ล้าน บ้านพลอยเป็นคนธรรมดาพอเห็นเขาพูดเรื่องตัวเลขแล้วตกใจ”
       
       “อีกเรื่องหนึ่งที่เขาพูดว่า มีการโอนที่ดินให้อาตุ้มบอกว่าโอนให้โดยมิชอบ คือเรื่องของเรื่องตอนนั้นบ้านเรากำลังจะทำรีสอร์ทก็เลยต้องมีการโอนใบก่อสร้างต่างๆ ย่าของพลอยอายุ 74 ขึ้นลงกรุงเทพ-ชุมพรไม่ไหวก็ต้องโอนไปให้อาตุ้มเป็นคนไปทำให้ และด้วยความที่พวกเราเป็นญาติๆ กันถึงจะโอนให้อาตุ้มแต่พวกเราก็ไม่ได้คิดอะไรต่อกันเลยแต่อาหนุ่มเขาคิด และก็ออกมาโวยวาย”
       
       “ซึ่งจริงๆ แล้วอาหนุ่มเขาไม่ได้มีหุ้นส่วนในรีสอร์ตไม่ได้มีการจ่ายสตางค์ร่วมลงทุน แต่เราก็จะบอกทุกคนเสมอว่า เป็นของครอบครัวเราช่วยกันทำ มีหลายคนมาถามว่าเป็นของหนุ่ม กรรชัยหรือเปล่า เราจะไม่เคยพูดว่าไม่ใช่ ทุกคนจะบอกว่าเป็นของครอบครัวพวกเราช่วยกันทำ พวกเราจะเลี่ยงเป็นคำตอบสวยๆ การที่เขาไปพูดว่าเป็นกิจการของเขาก็คงจะเป็นเรื่องของความมั่นคงเป็นเครดิตของเขา”
       
       “เรื่องนี้ก็คงต้องสู้กันไปตามกฎหมาย และพลอยก็เข้าใจว่ากฎหมายมันพลิกแพลงได้ เราจะแพ้ชนะไม่เป็นไรแต่เรื่องศีลธรรมบ้านพลอยไม่แพ้แน่นอน บอกได้เลยว่าเรื่องต้องแบ่งต้องให้เราเต็มที่ อยากได้อะไรก็เอาไปแต่ขอให้ได้อะไรไปก็ยอมรับว่า คุณเอาไปจริงๆ ก็อยากจะให้เขาทราบไว้ด้วยว่า ศีลธรรมจรรยาบ้านพลอยไม่แพ้ใครจริงๆ”

 



loading...


โดย มาวินซ่าส์.คอม ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 22 เม.ย. 52 15:59 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 6,097 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 6,097 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง