สัตว์เศรษฐกิจ

ลบ แก้ไข


รูปคนและไก่

สัตว์เศรษฐกิจ
สัตว์เลี้ยงที่มีคุณค่าและมีปริมาณมากพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ ตัวอย่างของสัตว์เศรษฐกิจที่เป็นที่รู้จักกันมีอาทิเช่น โค กระบือ ไก่ สุกร เป็นต้น โดยสัตว์เศรษฐกิจของประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ คือแกะซึ่งขนของมันสามารถนำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นก็มีโคซึ่งผลผลิตทั้งเนื้อ หนัง สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลผลิตส่งขายไปได้ทั่วโลก

 สำหรับประเทศไทยสัตว์เศรษฐกิจที่นำรายได้เข้าประเทศ มีอาทิเช่น ไก่ ซึ่งการแปรรูปทั้งในลักษณะไก่ต้มสุก และไก่แช่แข็งส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ก็มีกุ้งกุลาดำ ซึ่งมีการเลี้ยงอย่างกว้างขางทางภาคใต้ของประเทศและสามารถส่งออกนำรายได้เข้าประเทศได้มหาศาลเช่นกัน

     ปัจจุบันมีการพัฒนาสัตว์เศรษฐกิจใหม่ขึ้นอีกหลายชนิดทั้งจากการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ เช่น หมูป่า และการนำเข้ามาจากต่างประเทศ นกกระจอกเทศ ซึ่งสามารถนำมาเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ โดยมีแนวโน้มจะสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต เพราะสามารถนำทุกส่วนมาทำเป็นผลผลิตขายได้

ไก่พื้นเมือง กรมปศุสัตว์
     เป็นไก่ที่ทำการคัดเลือก และปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี มีวัตถุประสงค์ให้ไก่มีการพัฒนาคุณสมบัติให้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายประการ เช่น การเจริญเติบโต มีการพัฒนา การเจริญเติบโตสูงกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งเดิมนั้นเติบโตวันละ 9 กรัม เมื่อได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้น สามารถเพิ่มการเติบโตได้วันละ 15 - 21 กรัม ด้วยการให้ผลผลิตไข่ ก็สามารถเพิ่มผลผลิตจากเดิม 60 ฟองต่อ ปี เป็น 160 - 180 ฟองต่อปี และยังปล่อยเลี้ยงในชนบทได้ง่าย หากินง่าย ฟักไข่ได้เอง เช่นเดียวกับไก่พื้นเมือง ทั่วไป ไก่พื้นเมืองกรมปศุสัตว์ มีหลายประเภท ดังนี้

     1. ไก่ 2 สายพันธุ์ เป็นไก่ลูกผสมระหว่างไก่พื้นเมือง กับไก่ที่มีขนาดรูปร่างใหญ่ เช่น พื้นเมือง- โร๊ด พื้นเมือง-บาร์

     2. ไก่ 3 สายพันธุ์ พันธุ์เซี่ยงไฮ้-โร๊ด-บาร์ (SRB) พันธุ์พื้นเมือง - โร๊ด - บาร์ (NRB)

     3. ไก่สายพันธุ์อื่น ๆ ได้แก่ พันธุ์ NSRB และพันธุ์ NASRB เป็นการนำเอาพ่อพันธุ์พื้นเมืองผสมกับแม่ 3 สายพันธุ์ หรือ 4 สายพันธุ์ จะได้ลูกผสมที่เติบโตเร็ว มีคุณภาพเนื้อดี รสชาดใกล้เคียงกับไก่พื้นเมืองที่เป็นที่ต้องการของตลาด

นกกระจอกเทศ
     เป็นนกที่ใหญ่ที่สุด มีถิ่นกำเนิดในทวีปอัฟริกา สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือหนาว ดังนั้นจึงมีการนำนกกระจอกเทศไปเลี้ยงกันทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ประเทศในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย หรือแม้แต่ในทวีปเอเชีย เช่น จีน อินโดนีเซีย หรือ มาเลเซีย ทั้งนี้ เพราะนกกระจอกเทศมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังให้ผลผลิตมากมาย เช่น หนัง เนื้อ ขน ไข่ ตลอดจนน้ำมัน เป็นต้น

     นกกระจอกเทศ แบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์ คือ

       1. สายพันธุ์ คอแดง 

       2. สายพันธุ์ คอน้ำเงิน

       3. สายพันธุ์ คอดำ

     3 สายพันธุ์ จะแตกต่างกันในเรื่องของการให้ผลผลิตและขนาดเท่านั้น ส่วนลักษณะที่ปรากฎภายนอกจะเหมือนกัน

     ลักษณะจำเพาะ  เพศผู้ - มีขนสีดำ ยกเว้น ปลายปีกและขนหางจะมีสีขาว สูง 2.65 - 270 ซม. หนัก 100 - 165 กก. เพศเมีย - ขนสีน้ำตาลเทา สูง 175 - 230 ซม. หนัก 90 - 155 กก.

     การให้ผลตอบแทน

     นกกระจอกเทศ เมื่อมีอายุประมาณ 10 - 14 เดือน ถือว่าเป็นวัยที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุด จะมีน้ำหนักตัวประมาณ 90 - 110 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมที่จะส่งไปแปรรูป และจะให้ผลผลิตดังนี้

     หนัง

     นกกระจอกเทศ 1 ตัว จะให้หนังที่มีลักษณะแตกต่างกันถึง 3 แบบ คือ หนังส่วนแข้ง หนังต้นขา และหนังบริเวณหลัง โดยแต่ละตัวจะให้หนังที่มี คุณภาพดีขนาด 1.1 - 1.5 ตารางเมตร ใช้ทำประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น รองเท้าบู้ต กระเป๋า เสื้อแจ็คเก็ต เข็มขัด เป็นต้น 

     เนื้อ

     เนื้อนกกระจอกเทศจะมีข้อดีที่ไขมัน และคอเลสเตอรอลต่ำกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น และทุกชาติศาสนา สามารถบริโภคได้

     ขน

     มีลักษณะอ่อนนุ่ม และมีไขมัน ใช้เป็นเครื่องประดับเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ทำไม้ ปัดฝุ่น สำหรับเครื่องอิเลคโทรนิค เป็นต้น ซึ่งแต่ละปี จะให้ผลผลิตขนประมาณ 1.0 -1.2 กก.

     น้ำมัน

     เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการทำเครื่องสำอางค์ เพราะดูดซึมเข้าผิวหนัง ได้เร็วและไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยในการบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี

     ไข่และเปลือกไข่

     ไข่นกกระจอกเทศ สามารถนำมาบริโภคได้ และมีคุณสมบัติ เช่นเดียวกับไข่เป็ด ไข่ไก่ นอกจากนี้ เปลือกไข่ยังไปตกแต่งลวดลาย แกะสลัก ทำโคมไฟ เป็นเครื่องประดับหรือของที่ระลึกได้เป็นอย่างดี

   คุณลักษณะ                               ผลตอบแทน
   ระยะเวลาฟักไข่ (วัน)                     42
   การให้ลูก (ตัว/ปี/แม่)                    20
   อัตราการแลกเนื้อ (FCR)                2-3:1
   อายุส่งโรงงานแปรรูป (เดือน)          10-14
   ผลผลิตหนัง (ชิ้น/แม่)                    20
   ผลผลิตเนื้อ (กก./แม่)                   750-850
   ผลผลิตขน(กก./แม่)                     20-25
   ผลผลิตน้ำมัน (กก./แม่)                 40-60
   พื้นที่เลี้ยงดู (ตัว/ไร่)                     3
   ระยะเวลาให้ผลผลิต (ปี)                 25-30

 

แหล่งข้อมูล  www.tkc.go.th

 




โดย projeckplay ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 28 ก.ย. 52 12:04 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 41,904 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 41,904 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง