อ่านก่อนอย่าเพิ่งตัดสินใจ! เลือกคณะแพทย์

ลบ แก้ไข
อ่านก่อนอย่าเพิ่งตัดสินใ

อ่านก่อนอย่าเพิ่งตัดสินใจ! เลือกคณะแพทย์

สำหรับน้องๆที่กำลังตัดสินใจจะสมัครเรียนหมอ พี่ตั้งใจเขียนให้อ่านนะ เชื่อว่าน้องๆอาจจะค้นหาข้อมูลอะไรมาเยอะแล้ว พี่เป็นหมอคนนึงที่หลายสิบปีก่อน เคยเป็นอย่างน้องๆ เคยปักธงชาติบนหน้าอกเคยตั้งใจอยู่เอาทุนไปเรียนต่อวิศวะ แต่มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้อยากเรียนแพทย์ ตอนนั้นสงสัยปนไม่แน่ใจว่าอาชีพแพทย์ หลังจากสอบเข้าไปได้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นกับเราต่อไปแต่ก็ไม่มีใครมาอธิบายแบบตรงๆมีแต่มาอ้อมๆ แบบหล่อๆ เช่น
‘เป็นหมอเหนื่อยนะ แต่เป็นอาชีพที่มีเกียรติ’ ‘เป็นหมอไม่รวยนะ แต่ก็ไม่จน’

– หมอเรียน 6 ปี จะได้จบเป็นแพทย์มีคำนำหน้า นายแพทย์ แพทย์หญิง
– ปีแรกเรียนคณะวิทย์
ปี 2-3 เรียนชั้น preclinic
ปี 4-6 เรียนชั้น clinic
– ปี 1 ยังใช้ทักษะคล้ายๆตอนม.ปลายอยู่บ้าง เรียนไป ทำกิจกรรมไป
– ปี 2 น้องจะได้เรียนศาสตร์ที่เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ในภาวะปกติ
ศัพท์แพทย์ ภาษากรีก ลาติน เป็นพันๆคำในช่วงเวลา 1 ปี
ส่วนใหญ่เป็นการท่องจำ ไม่ต้องไบรท์มากแต่ต้องขยัน สม่ำเสมอ
ใจต้องรัก เพราะต้องอยู่กับกลิ่นฟอร์มาลีนตลอดปี
– ปี 3 เรียนโรค เชื้อต่างๆ ร่างกายมนุษย์ที่ผิดปกติ
ท่องจำเป็นหลักเหมือนเดิม
คนที่สอบได้เกรดสูงๆ อาจจะไม่ใช่คนที่ได้คะแนนสูงตอนสอบเข้าก็ได้
เพราะรูปแบบการเรียนต่างออกไป
– ปี 4-6 คือการทำงานต้องใช้ EQ มากกว่า IQ มากมายมหาศาลความรับผิดชอบ การเสียสละ รู้จักการทำงานเป็นทีมต้องทำงานกับพยาบาล รุ่นพี่ รุ่นน้องรูปแบบการเรียนฉีกออกไปจากที่น้องเคยรู้จักแบบสิ้นเชิงเหมือนถูกถีบ ลงไปในมหาสมุทรความรู้มหาศาล ที่มองไปทางไหนก็ไม่เห็นฝั่งก่อนสอบลงกอง (ไม่แก่จริงอาจจะไม่รู้จักคำนี้)จะมีโพยข้อสอบลอยมาให้ท่องไปสอบ จากรุ่นพี่น้องอาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่โพยเหล่านั้นคือสิ่งที่เค้าต้องการให้เรารู้ก่อนจบแพทย์ออกไปต้องเรียนให้เป็นจึงจะเอาตัวรอดได้ ในแต่ละภาควิชาที่วนผ่านอารมณ์ประมาณ เที่ยวญี่ปุ่นทุกจังหวัด ภายใน 30 วัน
– 5-6 ปีนี้น้องต้องจากที่บ้านมาอยู่หอพัก
– น้องต้องสามารถอดนอน สามารถทำงานได้ 36 ชั่วโมงต่อเนื่องอาจได้กินข้าววันละมื้ออาจต้องยืนในห้องผ่าตัด 10 ชั่วโมงไม่ได้นั่ง
– น้องอาจต้องเสียความสดใส ในชีวิตวัยรุ่นตอนปลายไป
– ถ้ามีแฟนต่างคณะ โอกาสที่ต้องจบด้วยการเลิกราค่อนข้างสูง
– น้องต้องทำเกรดให้ดีที่สุดถ้าพี่อยากสร้างภาพพี่จะพูดว่า ‘เกรดไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตการเป็นแพทย์’ ฟังแล้วหล่อไหมแต่ในโลกความเป็นจริง
เกรดตอนเป็นนักเรียนแพทย์นี่แหละกำหนด ชีวิตมะ-รึงเลย
– กดดันมั๊ย? เวลาก็ไม่ค่อยมี งานก็หนัก ยังต้องพะวงเกรดอีก
– จบออกมา น้องต้องไปใช้ทุนต่างจังหวัด 3 ปี ปีแรก มักจะอยู่รพ.ใหญ่ ทำงานเป็นควาย บางที่หนักชนิดถ่อยเถื่อนเลยหล่ะ เดือนนึงอาจจะได้นอนแค่ 10 – 15 คืน ปีสอง ปีสาม อาจจะสบายหน่อย ออกไปอยู่รพ. อำเภอ แต่ไกลผู้ไกลคน
– มีไม่กี่คนในรุ่นที่ถูกเลือกเป็นอาจารย์ จะออกไปใช้ทุนแค่ 1 ปีและกลับมา เรียนต่อเลย พิจารณาจากเกรด กับ เส้นสาย (ลูกอาจารย์ นามสกุลต่างๆ)
– สามปีนี้แหละ ที่น้องจะได้สัมผัสระบบสาธารณสุขของบ้านเราแบบเข้าไส้ ขาข้างนึง อยู่ในคุก พี่ไม่ได้พูดเกินเลย ถ้าเกิดอะไรขึ้น หันไปรอบๆ อาจหาไม่เจอซักคนที่คอยช่วยเรา นอกจาก ขยัน อดทน เสียสละ น้องต้องอยู่ให้เป็น ทำอย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุดต่อคนไข้และตัวเราเอง
– รายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 6 หมื่นถึง 1 แสนนิดๆ ถ้าคิดต่อชม. ต่ำกว่าแรงงานขั้นต่ำ น้องต้องเก็บเงินส่วนนึงเอาไว้ ก่อนไปเรียนต่อด้วย เพราะตอนเรียนต่อ เงินเดือนสองหมื่นนิดๆ
– น้องจากพ่อแม่มากี่ปีแล้วนะ ตอนนี้ … 9 ปีแล้ว
– จบ 6 ปี บวกใช้ทุนสามปี ถ้าน้องจะออกจากรพ. อำเภอ กลับเข้ามาอยู่เมืองใหญ่ ไม่ต้องกรุงเทพ แค่จังหวัดใหญ่ พี่บอกเลยว่า ไม่พอ น้องต้องเรียนต่อ ยิ่งยุคของน้องด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง
– การจะเรียนต่อมีสองแบบ
1. เรียนต่อในโรงเรียนแพทย์
2. ทำงานใช้ทุนในรพ. ใหญ่ เช่น รพศ.หลักๆตลอดตอนใช้ทุน 3 ปี บวกเพิ่มอีกนิดหน่อย
สามารถไปสอบอนุมัติบัตรเป็นแพทย์เฉพาะทาง
(ถ้าอยากทำแบบสอง น้องต้องสมัครตอนอยู่ปี 6 คนแย่งกันเยอะเหมือนกัน ดูเกรด กับ เส้น)
– ถ้าจะเรียนต่อในโรงเรียนแพทย์หลังใช้ทุนครบสามปี ทำได้สองแบบ
1. สมัครด้วยตนเอง เรียกว่า free train
2. สมัครแบบมีต้นสังกัดส่งให้มาเรียน เรียกว่า ทุนต้นสังกัด
คือน้องต้องกลับไปทำงานให้รพ.ต้นสังกัดหลังจากเทรนจบเป็นแพทย์เฉพาะทาง
– พื้นที่การได้เข้าเรียนต่อมีจำกัด ยิ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ดังๆ ยิ่งแข่งขันสูง ถ้าเป็น free train น้องต้องได้เกรดสูงถึงสูงมาก ทุนต้นสังกัด อาจไม่ต้องเกรดดีมาก แต่การจะได้ทุนต้นสังกัดนั้น อาจต้องอาศัย เส้น และ ดวง ไม่ใช่ได้กันง่ายๆเช่นกัน
– การที่อาจารย์จะพิจารณารับว่าจะเอาใครมาเรียนต่อ ไม่มีการสอบเข้า โดยทั่วไปจะดูสามอย่างตามลำดับดังนี้
1. เส้น
2. เกรด
3. ทุนต้นสังกัด
เค้าอาจจะเลือกกันตั้งแต่ก่อนเอาคุณไปสัมภาษณ์แล้วด้วยซ้ำ
(พี่พูดตรงไปมั๊ยวะเนี่ย)
– ไปๆมาๆมีแต่เส้น กับ เกรด
– การเทรนแพทย์เฉพาะทางใช้เวลา สามสี่ปี โดยเฉลี่ย ต้องอดทนกับการโดนโขกสับ บางสาขาก็ถือว่าโหดมาก ร้องไห้ ลาออก กันไปก็มี
– หลังจากจบแล้วก็ต้องอ่านหนังสือสอบบอร์ด 
– จบแพทย์เฉพาะทางมาแล้วเราก็จะได้บอร์ด แต่ก็มักต้องเรียนต่อยอด ในสาขานั้นๆอีก 2-3 ปี เพื่อให้ได้ subboard
– ช่วงที่เทรนอยู่ 3-6 ปีนี้จะค่อนข้างจนมาก เพราะรายได้สองหมื่น ต้องอยู่เวรเพิ่ม การจะมีรถมีบ้านเป็นของตัวเอง แทบจะลืมไปได้เลย
– หลังจากเข้าแพทย์มาถึงตอนนี้ก็ … 12 – 15 ปีแล้ว อายุประมาณ 30 – 33 ปี น้องก็จะจบไปเป็นแพทย์เฉพาะทาง เพิ่งได้เริ่มต้นชีวิต ขณะที่เพื่อนๆที่เรียนอาชีพอื่นไปถึงไหนกันหมดแล้ว
– การจะเชี่ยวชาญได้นั้น ต้องอาศัยประสบการณ์ทำงานอีกเป็นสิบปี เพื่อที่จะมั่นใจมากพอในการรักษาคนไข้ซักคนนึง ให้ผิดพลาดน้อยที่สุด

รู้ด้านลบต่างๆแล้ว ทีนี้มาฟังด้านดีบ้าง

– แพทย์เปรียบเหมือนสื่อกลาง (media-) ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า เป็นคนที่อยู่บนเส้นของความเป็นกับความตาย การตัดสินใจของเราบางครั้ง เลือกที่จะส่งวิญญาณไปสู่สุคติ หรือ เลือกที่จะให้เค้ามีชีวิตกลับคืนมา
– ศาสตร์ทางการแพทย์ มีไม่กี่คนในโลกที่มีโอกาสได้เรียน ‘you are the chosen one’ อาจารย์ใหญ่ท่านอุทิศร่างท่านเพื่อแลกกับความรู้ในการสร้างแพทย์ขึ้นมา 1 คน คนไข้มากมายในโรงเรียนแพทย์ที่เปรียบเหมือนครูที่สอนเรา ก่อนจะจบออกมา
– With great power comes great responsibility … ความรู้อันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่สูงส่ง ไม่มี super hero คนไหนที่ไม่ลำบาก เศร้ามากถึงมากที่สุดเกือบทุกคน เราอาจจะได้รับการคาดหวังจากสังคมที่สูงมาก เราอาจจะรู้สึกว่า ดูแลแต่คนอื่น พ่อแม่กับคนรักเรา กลับไม่เคยได้เหลียวแล
เราอาจจะรู้สึกว่าช่างไม่ยุติธรรมอะไรเลย ที่หมอเสียภาษีเป็นแสน แต่โดนด่าทุกวันว่าชั้นเสียภาษีนะโว๊ย เราอาจจะรู้สึกว่า ตั้งใจช่วยชีวิตคนเต็มที่ แต่ถ้าพลาดขึ้นมาโดนฟ้อง ขาข้างนึงเหมือนอยู่ในคุก ไม่ว่าเราเลือกที่จะเป็นหรือถูกกำหนดให้เป็น จงภูมิใจที่ได้เป็น
– น้องอาจจะได้ช่วยชีวิตคนเกือบร้อยคน ตั้งแต่อายุแค่ 25 ถึงแม้เค้าอาจจะไม่ได้เห็นคุณค่าของน้อง แต่น้องจะรู้สึกภูมิใจที่สุดเชื่อพี่
– เงินทองของนอกกาย คนเราเกิดมาอายุไม่ได้ยืนยาว แต่การที่เราได้คืนอะไรให้กับสังคม ได้ช่วยชีวิตคน พี่ว่ามันเป็นที่สุดแล้วขอโทษที่ยาวไป
พี่ไม่เคยพิมพ์เรื่องพวกนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกนะ แต่อยากให้เหล่าน้องๆที่เป็น candidate ในการเข้าแพทย์ได้อ่าน
ตอนนี้ยังเลือกได้ … จงเลือกมันด้วยตัวเอง



อ่านเพิ่มเติม:http://pantip.com/topic/32432066

 

loading...


โดย mooBo ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 20 มี.ค. 60 02:42 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 15,316 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 15,316 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง