ภาพเขียนสี จิตรกรรมฝาผนัง

ลบ แก้ไข

ภาพเขียนสี จิตรกรรมฝาผนัง

ภาพเขียนสี  จิตรกรรมฝาผนัง

ภาพวิหารลายคำ วัดสิงห์

จิตรกรรมฝาผนังวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่
งานจิตรกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ของเชียงใหม่มีชื่อเสียงมาก ได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ ซึ่งตั้งอยู่ ถนนสามล้าน อำเภอเมืองเชียงใหม่ วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้น "วรมหาวิหาร" สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าผายู กษัตริย์ล้านนาอันดับที่ ๕ แห่งราชวงศ์มังรายครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๗๙ - ๑๘๙๘ เพื่อบรรจุอัฐิและพระอังคารของพระเจ้าคำฟู ผู้เป็นพระบิดา เรียกชื่อว่า "วัดลีเชียงพระ" เนื่องจากบริเวณนี้เดิมเป็นตลาด
ต่อมาพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ล้านนาอันดับที่ ๗ ครองราชย์ในระหว่าง พ.ศ. ๑๙๒๘ - ๑๙๔๔ โปรดให้อัญเชิญ พระพุทธสิหิงค์มาจากเชียงราย ประชาชนจึงเรียกชื่อวัดพระพุทธสิหิงค์ และเรียกสั้นๆ ว่า วัดพระสิงห์ ตั้งแต่นั้นมา
จากการสันนิษฐานของ สน สีมาตรัง กล่าวว่า โครงสร้างสถาปัตยกรรมวิหารลายคำเป็นโครงสร้างเก่าแก่อายุราวพุทธ ศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๓ แต่งานช่างทั้งอาคารที่เห็นในปัจจุบันอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๓ - ๒๔ แต่ภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นฝีมือ ช่างเขียนในพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ซึ่งเขียนขึ้นภายหลัง
การบูรณะปฏิสังขรณ์ คงมีต่อมาเรื่อยๆ ตามความสำคัญของวัดที่มีมาแต่อดีต และในพุทธศตวรรษที่ ๒๕ คงมีการ ปฏิสงขรณ์ครั้งใหญ่ทั้งวิหารและเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังขึ้นในคราวเดียวกัน หรือในระยะเวลาไม่ห่างกันมาก งานช่างทั้งหมด มีแบบแผนและความคิดในการสร้างงานศิลปะเป็นสกุลช่างเดียวกัน ได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังวิหารลายคำวัดพระสิงห์เชียงใหม่กับ จิตรกรรมฝาผนังวิหารจตุรมุขวัดภูมินทร์จังหวัดน่าน
เรื่องราวที่ปรากฏในจิตรกรรมฝาผนังวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ มีชาดก ๒ เรื่อง คือ เรื่องสังข์ทอง ซึ่งเขียนบนผนัง ด้านทิศเหนือ เป็นฝีมือของสกุลช่างเชียงใหม่ และเรื่อง "สุวรรณหงส์" เขียนบนผนังด้านทิศใต้เป็นฝีมือสกุลช่างกรุงเทพฯ
จากการวิเคราะห์ภาพจิตรกรรมของ สน สีมาตรัง กล่าวว่า สกุลช่างเชียงใหม่ที่เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านทิศเหนือ ของวิหารลายคำ เป็นลักษณะการเขียนภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวช่าง ซึ่งบ่งบอกถึงความประทับใจของช่างแล้วแสดงออกในภาพ เป็นแบบอิสระตามความชอบและความถนัดของช่างเขียน มากกว่าจะเป็นแบบทำตามระบบกำกับงานของนายช่างใหญ่หรือผู้ปกครอง
ภาพเขียนสี  จิตรกรรมฝาผนัง
ภาพจิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ มีลักษณะการเขียนของช่างที่สวยงานประณีตเป็นอันมาก แสดงออกซึ่งความชำนาญของช่างเขียนที่ได้ถ่ายทอดออกมา มีลักษณะการเขียนที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่าและรัตนโกสินทร์ ผนวกกับลักษณะเฉพาะของปราสาทล้านนา และเรือนกาแล ที่นิยมสร้างกันสมัยนั้น ภาพคน คือ ตัวพระ ตัวนาง และภาพตัว กาก (ภาพสามัญชน) มีลักษณะการเขียนที่แสดงถึงลักษณะของคน ล้านนาในยุคนั้น เครื่องแต่งกายต่างๆ ก็บอกความเป็นคนล้านนา โดยจะสังเกตุเห็นว่าเครื่องแต่งกาย ของข้าราชการในวังสมัยรัชกาลที่ ๕ ปรากฏอยู่ในภาพ นอกจากนี้ยังปรากฏลักษณะการแต่งกายของชนเผ่าต่างๆ ที่มีความใกล้ชิดกับชาวล้านนาสมัยนั้นด้วยรูปลักษณ์ของ หน้ากลม ตาสองชั้นเรียวยาว จมูกเรียวเล็ก ปากรูปกระจับ ทรงผมเกล้ามวยของผู้หญิง และทรงผมผู้ชายเป็นกระจุกอยู่กลางศีรษะที่เรียก กันว่า"ทรงมหาดไทย" ทุกอย่างที่กล่าวมาบ่งบอกถึงลักษณะของผู้คนชาวล้านนา ในพุทธศตวรรษที่ ๒๕ ทั้งสิ้น ส่วนลักษณะการเขียน สถาปัตยกรรมประกอบภาพในเรื่องส่วนประกอบของไม้ใช้เป็นส่วนบน ปูนใช้ เป็นส่วนกลางและหลังคามุงกระเบื้อง ส่วนรั้วและกำแพง บางจุดเป็นไม้ บางจุดเป็นอิฐมีความละเอียดประณีตมาก ใช้ทองคำเปลว ช่วยให้เกิดความสวยงาม มีผ้าม่านเป็นฉากกั้นระหว่างห้อง เขียนลายผ้าม่านเป็นลวดลายดอกไม้สวยงามมาก
สีที่ใช้จิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ เป็นวรรณสีเย็น ซึ่งมีสีน้ำเงินครามและสีเขียวเป็นส่วนใหญ่ นอกจาก นี้ก็มีสีแดง สีเขียว สีน้ำตาล สีดำ และสีทอง ซึ่งใช้เขียนส่วนที่เป็นโลหะปิดด้วยทองคำเปลวตัดด้วยสีแดงและดำ เช่น เชิงหลังคา และยอดปราสาท สิ่งของเครื่องใช้ เช่น อาวุธ เครื่องประดับ

(เก็บความจากภาคนิพนธ์ของ วุฒิชัย ไชยราช เรื่อง เปรียบเทียบจิตรกรรมฝาผนังวัดพระสิงห์ กับวัดบวกครกหลวง สาขาศิลปศาสตร์ โปรแกรมวัฒนธรรมศึกษา วิทยาลัยครูเชียงใหม่ ๒๕๓๔)

นำมาจาก http://kanchanapisek.or.th/kp8/cem/cem605.html

 




โดย tanoy ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 7 เม.ย. 51 09:32 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 39,833 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 39,833 ครั้ง ตอบ 2 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย เหมียว
IP : 203.172.218.***

อยากได้ภาพเยอะกว่านี้ ที่เกี่ยวกับการสังคายนาด้วยค่ะ

 

 

 

ลบ แจ้งลบ
โดย ดา
IP : 124.120.242.***
ดีมากๆเลยค่ะให้สาระดี

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง