ปรัชญา คืออะไร ?

ลบ แก้ไข

ปรัชญา คืออะไร ?

        ศัพท์คำว่า “ ปรัชญา ”

                   ปรัชญา มาจากคำสันสกฤตคำว่า

                              “ ปร (อุปสรรค) ” แปลว่า รอบ, ประเสริฐ กับคำว่า

                              “ ชญา ” แปลว่า รู้, เข้าใจ

                   รวมความแล้ว ปรัชญา จึงมีความหมายว่า ความรู้รอบโดยทั่ว, ความรู้อย่างแท้จริง, ความรู้อันประเสริฐ


ศัพท์คำว่า “Philosophy”

ส่วนศัพท์คำว่า “Philosophy” ( love of wisdom) นั้น มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก 2 คำ คือ

              Philos ( loving or dear ) แปลว่า ความรัก, ความเลื่อมใส, ความสนใจ

              Sophia ( wisdom or knowledge) แปลว่า ปัญญา, ความรู้, วิชาการ

 รวมความทั้ง 2 คำแล้ว ได้ความหมายว่า ความรักในปัญญา, ความรักในความรู้, ความรักในวิชาการ

                                                                 ปรัชญานั้นมีความหมายกว้างมาก ยากที่จะจำกัดความลงไปได้ เพราะเหตุที่                                            วิชาปรัชญานั้นเป็นวิชาที่ศึกษาหาความจริงตามหลักเหตุและผลอย่างกว้าง ๆ กับธรรมชาติ
ิ                  ของจักรวาลที่เราอาศัยอยู่ เราจะเห็นว่า นักปรัชญาแต่ละคนก็ล้วนแต่ให้ความหมายของคำว่า “ ปรัชญา ” ที่แตกต่างกันออกไป ดังจะได้ยกตัวอย่างมาดังนี้

               

โสคราเต็ส – ปรัชญา คือ ความรักในความรู้

  เพลโต – นักปรัชญา คือ คนที่ศึกษาถึงธรรมชาติที่แท้จริง
                 ของสิ่งทั้งหลาย ปรัชญามีเป้าหมายเพื่อเข้าถึงความรู้ที่แท้
                จริง เป็นนิรันดร์

อริสโตเติล – ปรัชญา คือ ทฤษฎีความรู้ หรือทฤษฎีคุณค่า
             ปรัชญาคือ ศาสตร์ซึ่งค้นหาถึงธรรมชาติของสิ่งที่มีเป็นอยู่
ู่             ด้วยตนเอง และคุณสมบัติตามธรรมชาติของสิ่งนั้นด้วย

 ค้านท์ – ปรัชญา คือ ศาสตร์แห่งความรู้และการวิพากษ์วิจารณ์ความรู้

นักปรัชญาแต่ละคนต่างก็มีความเห็นเป็นของตนเอง
แต่ใจความโดยรวมของความหมายของปรัชญานั้นอยู่ที่

ปรัชญา คือ ศาสตร์ที่ศึกษาหาความรู้ ความจริงของมนุษย์ โลก ธรรมชาติ และชีวิตอย่างลึกซึ้ง
เพื่ออธิบายเหตุการณ์ และสิ่งต่าง ๆ โดยใช้หลักการของเหตุผลในวิชาตรรกวิทยาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงความจริงหรือความรู้ที่แน่นอน

ปรัชญาเริ่มต้นขึ้นจากความสงสัยต่อโลก ต่อตัวเราเอง ต่อสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ....

เราเกิดมาทำไม ?

ทำไมเราต้องตายด้วย มีชีวิตอยู่ตลอดไปหรือมตะไม่ได้หรือ ?

คำถาม ทำไมสิ่งนั้นเป็นอย่างนั้น ทำไมสิ่งนั้นเป็นอย่างนี้ ทำไม อย่างไร เพราะอะไร เหล่านี้
ที่ตัวเหตุผลเป็นคำตอบ แต่เมื่อเราตั้งคำถามเหล่านี้ขึ้นมาแล้ว
คนส่วนมากมักไม่สนใจค้นหาคำตอบอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้เกิดกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมา

นั่นคือ นักคิด นักปรัชญา

พวกเขาตั้งใจค้นคว้าคิดหาคำตอบ หาเหตุผลต่าง ๆ มาทำให้ความจริงปรากฏ
เมื่อเหตุผลสอดคล้องกับคำถาม นั่นคือ เราได้คำตอบที่เป็นความรู้
ด้วยเหตุนี้ ปรัชญาจึงกลายมาเป็น
ศาสตร์ที่มีผู้สนใจมากที่สุดในโลก



วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เรารู้คืออะไร และเรารู้สิ่งนั้นได้อย่างไร

แต่ปรัชญากลับเสนอความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่รู้คืออะไร

ตรงนี้เองที่ทำให้วิทยาศาสตร์กับปรัชญานั้นแตกต่างกัน ต่อมาเมื่องานของวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าออกไปจนปรัชญาทำงานตามไม่ทัน
เมื่อนั้น ศาสตร์ 2 ศาสตร์นี้จึงแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

ไม่เพียงแต่วิทยาศาสตร์เท่านั้นที่แยกตัวออกมาจากปรัชญา วิทยาการด้านต่าง ๆ หลายด้านเมื่อมีวิธีการที่พัฒนาเฉพาะด้านมากขึ้น มีเนื้อหาที่ศึกษาเฉพาะด้านมากยิ่งขึ้น จึงได้แยกตัวออกมาจากปรัชญาได้

ศาสตร์แรกที่แยกตัวออกจากปรัชญา ก็คือ ศาสนา เพราะเมื่อศาสนามีหลักการต่าง ๆ
คำสอน และเนื้อหาที่แน่นอนและมากขึ้น ศาสนาจึงไม่ต้องพึ่งปรัชญาอีกต่อไป

ต่อมาก็เป็น คณิตศาสตร์ ที่แยกตัวออกมา ต่อจากนั้นก็เป็นสังคมศาสตร์ จิตวิทยา

เราจะเห็นได้ว่า ไม่เพียงแต่ปรัชญาจะเคยเป็นส่วนหนึ่งของศาสตร์ต่าง ๆ ข้างต้นมาแล้วเท่านั้น แต่ปรัชญายังเป็นศาสตร์แม่หรือศาสตร์ต้นกำเนิดของวิทยาการต่าง ๆ ด้วย

 




โดย tanoy ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 7 เม.ย. 51 10:25 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 127,244 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 127,244 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย ไกลแค่ไหน ถึงจะไกล้เธอ
IP : 223.205.24.***

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง