เด็กเก่ง แอดมิชชั่น 56 ได้ที่ 1 ของคณะ เผยเคล็ดลับเรียนดี

ลบ แก้ไข

เด็กเก่ง แอดมิชชั่น 56 ไ
นายสุธิวิชญ์ สร้อยสุวรรณ "น้องต้า"


            เปิด ใจเด็กเรียนเก่ง แอดมิชชั่น 56 ได้ที่ 1 ของคณะต่าง ๆ พร้อมเผยเคล็ดลับการเรียนเก่ง แนะตั้งใจเรียนในห้อง และอาจเรียนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ไม่ถนัด

            ทราบ ผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการประกาศผลแอดมิชชั่น 2556 เพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งทางสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ก็ได้เผยรายชื่อของเด็กเก่ง 11 คน ที่สอบได้คะแนนสูงสุดของคณะ/สาขาวิชา และพวกเขาก็ได้เปิดใจถึงเคล็ดลับเรียนเก่งต่อสื่อมวลชน ซึ่งน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

            เริ่มจาก นายสุธิวิชญ์ สร้อยสุวรรณ หรือ "น้องต้า" นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่ทำคะแนนได้สูงที่สุดในการสอบครั้งนี้ คือ 94.29% และเป็นคะแนนสูงสุดของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปีนี้ เปิดใจว่า รู้สึกดีใจมากที่สอบได้ในคณะที่อยากเรียน ที่ผ่านมาได้เกรดเฉลี่ย 3.9 แต่ส่วนตัวก็ไม่มีเคล็ดลับการเรียนเก่งอะไร แค่เป็นคนชอบเรียน และคิดว่าหากทำในสิ่งที่ชอบก็จะมีความสุข และทำได้ดี

            ทั้ง นี้ น้องต้า ยังบอกด้วยว่า ตนเองตั้งใจจะเลือกภาควิชาการเมืองการปกครอง เนื่องจากเป็นคนชอบติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา เพราะเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ดังนั้น ควรติดตามข่าวสารการเมืองอย่างเข้าใจ และวิเคราะห์ตามสถานการณ์ไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม ถึงจะสนใจข่าว การเมือง แต่ส่วนตัวก็ไม่คิดฝันจะเป็นนักการเมือง โดยอยากเป็นอาจารย์สอนเรื่องการเมืองการปกครอง เพราะคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นมากกว่า

            อย่างไรก็ตาม น้องต้า บอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ตนเองสอบตรงได้คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสละสิทธิ์ไปแล้ว ก่อนจะมาสอบชิงทุนของกระทรวงการต่างประเทศได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส สาขาฝรั่งเศสศึกษา ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้ และล่าสุดก็มาสอบติดคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งก็ต้องพิจารณาว่าจะเลือกสละสิทธิ์ในสาขาไหน

            ขณะที่ นางสาวพิมพิกา ประสานศักดิ์สกุล หรือ "น้องแพรว" ผู้ทำคะแนนได้อันดับ 2 ของประเทศ คือ 90.06% และเลือกเข้าคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้เผยเคล็ดลับเช่นกันว่า รู้สึกดีใจที่สอบติดคณะนิเทศศาสตร์ และเป็นที่ 1 ของประเทศ แต่ตอนนี้ ตนก็กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคณะที่ใฝ่ฝันเช่นกัน หลังจากนี้ ก็คงต้องปรึกษาที่บ้านว่าจะเรียนต่อในคณะนิเทศศาสตร์หรือไม่ ซึ่งหากไม่เลือก ก็ไม่อยากให้คนอื่นมองว่าตนมาแย่งที่นั่งคนอื่น เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำตามความฝันของตัวเอง

            ส่วนเคล็ดลับการเรียนเก่งของ น้องแพรว นั้น ก็คือเวลาอยู่ในห้องเรียนต้องตั้งใจเรียน และอาจเรียนพิเศษเสริมในวิชาที่ไม่ถนัด เช่น วิทยาศาสตร์

            ด้าน "น้องนิกกี้" นายวีรประพันธ์ กิติพิบูลย์ ผู้ทำคะแนนสูงสุดในคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เผยเคล็ดลับการเรียนเก่งว่า ต้องทบทวนบทเรียนหลังเลิกเรียน และเรียนพิเศษในวิชาที่ไม่ถนัด พร้อมกับทำกิจกรรมในโรงเรียนควบคู่ไปกับการเรียนด้วย เพราะจะได้ความรู้ ได้เพื่อน ได้สังคม ทั้งนี้ รู้สึกดีใจมากที่สอบติดคณะทันตแพทยศาสตร์ เพราะตนใฝ่ฝันจะเป็นหมอฟันเหมือนคุณแม่ ส่วนคนที่พลาดการสอบครั้งนี้ก็ไม่อยากให้เสียใจ เพราะยังมีมหาวิทยาลัยดี ๆ และคณะอื่น ๆ ให้ได้เลือกเรียนอีก

            เช่นเดียวกับ "น้องกาย" หรือ นายจิรวัฏ สมรักษ์ จาก โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จังหวัดน่าน คะแนนสูงสุดของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ที่ฝากถึงเพื่อน ๆ ที่พลาดจากแอดมิชชั่นในครั้งนี้ ว่า ขอเป็นกำลังใจให้ และขอให้ลุกขึ้นเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง เพราะยังมีมหาวิทยาลัยดี ๆ รองรับอยู่อีกมาก ส่วนการที่ตัวเองสอบติดนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าเด็กต่างจังหวัดไม่ได้ด้อยไปกว่าเด็กในกรุงเทพฯ เลย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเรียนที่ไหน คุณภาพก็เหมือนกัน หากเราตั้งใจ

            ด้าน "น้องนุ๊ก" นางสาวชนม์นิภา นิ่มธุภะริยะ โรงเรียน สระบุรีวิทยาคม คะแนนสูงสุดคณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ตัวเองเป็นคนชอบภาษาอยู่แล้ว จึงดีใจและตื่นเต้นมากที่สอบติดคณะนี้ เคล็ดลับการเรียนของตนก็คือ ตั้งใจเรียน และทำงานส่งอาจารย์ให้ครบถ้วน เพราะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง นอกจากนี้ ตนยังเรียนกวดวิชาด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเรียนกวดวิชาเสมอไป เพราะเพื่อน ๆ หลายคนก็ไม่ได้เรียนกวดวิชา แต่ก็สามารถสอบแอดมิชชั่นได้

            ปิดท้ายที่ นายจารุเดช บุญญสิทธิ์ หรือ "น้องฟอร์ด" จากโรงเรียนจิตรลดา คะแนนสูงสุดคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ เปิดใจว่า ดีใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งของคณะ ทั้งนี้ เคล็ดลับการเรียนเก่งของตนคือ ต้องตั้งใจเรียนในห้อง และอาจกวดวิชาเพิ่มเติม เพื่อจะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ พร้อมกับฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ว่า ขอให้ปรับหลักสูตรใหม่โดยการตัดบางวิชาที่ไม่จำเป็นออก แต่ไม่ควรปรับเกณฑ์การแอดมิชชั่นบ่อยเกินไป เพราะจะส่งผลกระทบกับเด็กที่จะต้องเตรียมตัวสอบ



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
ครอบครัวข่าว 3
ที่มา http://education.kapook.com/view62087.html
 




โดย minimalism ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 10 พ.ค. 56 13:36 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,443 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,443 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง