บริหารเงินง่ายๆ สบายกระเป๋า ไม่จน ไม่เครียด แต่รวย

ลบ แก้ไข

http://www.tnews.co.th/html/picture/tnews_1266987233_5193.jpg

ไม่นานมานี้ ผู้เขียนโชคดีที่ได้มีโอกาสไปฟังสัมมนาในหัวข้อ “บทบาท HR ในการแก้ปัญหาหนี้ให้กับพนักงาน” โดยมี ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษีและประธานชมรมคนออมเงินเป็นวิทยากร ซึ่งงานนี้จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งเนื้อหาโดยรวมให้แนวคิดนำเรือที่หลงทิศกลับลำได้ทัน เพราะจากไม่มีเงิน หลายคนถึงขั้นต้องเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ซึ่งนอกจากจะทำให้ชีวิตที่แสนสนุกกลับต้องทุกข์ถนัดในภายหลังแล้ว อาจทำให้ชีวิตเราอู้ฟู่กลายเป็นเศรษฐีน้อยๆเลยก็ได้


ดร. สุวรรณกล่าวถึงประเด็นปัญหาของชีวิตหนี้ในปัจจุบันมักเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพราะการว่างงาน เพราะการพนัน เพราะหนี้นอกระบบ เพราะปัญหาครอบครัว เพราะขาดทุนจากการลงทุน ฯลฯ ซึ่งจากตัวเลขหนี้สินครัวเรือนของคนไทยต่อจีดีพีในปี 2550 ที่สูงถึง 33 % หรือคิดเป็นเงินสูงถึง 2.030,500 ล้านบาทเลยทีเดียว


หนี้สำหรับดร. สุวรรณนั้นมีอยู่ 3 ชนิด ก็คือ ชนิดแรก คือ หนี้ที่จำเป็น ซึ่งหมายถึงการกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน ซึ่งในระยะยาวหนี้ประเภทนี้ดอกเบี้ยจะยิ่งต่ำ ในทางกลับกันราคาของบ้านนั้นเหมือนกับทองคำ ยิ่งนานวันก็ยิ่งสูงขึ้น และหนี้เพื่อซื้อรถยนต์ รวมถึงค่าเล่าเรียนของลูกๆ

หนี้ชนิดที่สอง คือ หนี้ที่ไม่จำเป็น คือหนี้เช่าซื้อหรือเงินผ่อนและหนี้บัตรเครดิต ซึ่งไม่ได้หมายความว่ามีไม่ได้ แต่บัตรเครดิตควรมีใบเดียว ใช้เมื่อจำเป็นและต้องชำระหนี้ให้ครบทุกเดือน

หนี้ชนิดที่สาม คือ หนี้ที่ต้องหลีกเลี่ยง เรียกว่าไม่ควรมีหรือให้ถอยห่างเข้าไว้เป็นดี เพราะอาจใช้ไม่หมดชั่วชีวิตเลยก็ได้ ได้แก่ หนี้การพนัน หนี้นอกระบบและหนี้บุญคุณ ดร. สุวรรณเสนอวิธีการขจัดหนี้ไว้ 12 แนวทางได้แก่

  1. มุ่งมั่นจะใช้หนี้ให้หมด
  2. ตีกรอบการใช้บัตรเครดิต
  3. บอกลาหนี้นอกระบบ
  4. ปฎิเสธหนี้ที่มาทางโทรศัพท์
  5. อยู่ห่างจากชีวิตเงินผ่อน
  6. ใช้บัตรเครดิตใบเดียว
  7. ใจแข็งเมื่อถูกยืมเงิน
  8. เลือกจ่ายหนี้ดอกเบี้ยสูงๆก่อนดอกเบี้ยต่ำ
  9. อย่าค้ำประกันส่วนตัว
  10. ปรึกษาผู้รู้เมื่อถูกเอาเปรียบ
  11. เก็บหลักฐานหนี้สิน
  12. เจรจาต่อรองเพื่อลดหนี้

ตัวอย่างของแนวทางสุดท้ายได้แก่ การขอพักชำระหนี้ เพื่อให้มีเงินอยู่ที่หน้าตักหรือนำไปฝากบ้าง หรือขอให้ลดหนี้ โดยตัดดอกเบี้ยหรือผ่อนระยะยาว หรือให้ศาลช่วยไกล่เกลี่ย กระทั่งทางออกสุดท้ายก็คือการปลดหนี้ด้วยการเป็นบุคคลล้มละลาย


อย่างไรก็ดี เมื่อปลดหนี้ได้แล้วก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่หวนกลับมาใหม่ ดังนั้นหากเคยเป็นหนี้ก็ต้องกำจัดมันอย่างสิ้นซาก โดยต้องมีความตั้งใจว่าจะไม่เป็นหนี้อีก เพราะการเป็นหนี้จะทำให้รายชื่อของเราเข้าไปอยู่ในบัญชีดำของศูนย์ข้อมูล เครดิต (Credit Bureau) สุดท้ายก็คือต้องบอกลูกสอนหลานให้มีวินัยในการใช้เงินอย่างเคร่งครัด


เราจะไม่เป็นหนี้และพร้อมเป็นคนรวยได้อย่างไร ดร. สุวรรณบอกว่าต้องตั้งปรัชญาให้ชีวิต ซึ่งมีจำนวน 5 ข้อได้แก่

  1. ต้องไม่เป็นคนจน หากตั้งใจจะไม่จนก็เริ่มมีชัยไปกว่าครึ่ง
  2. เพิ่มพูนปัญญาความรู้ เพราะโลกทุกวันนี้จำกัดความหมายของคำว่าปัญญาคือการมีเงินมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษนั้นเปรียบเสมือนว่าโลกทั้งใบ หายไปกว่าครึ่ง ส่วนแรงกายก็คือเงินน้อย
  3. สร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้ครอบครัว โดยส่วนตัวของเขานั้นจะแบ่งเงินออกเป็น 2 กอง สำหรับกองแรกจะเป็นส่วนที่ไม่มีการเข้าไปแตะต้องเลยเป็นอันขาด ส่วนกองที่สองนั้นนำมาใช้หมุนเวียนในชีวิตประจำวัน
  4. ต้องมีสุขภาพดีและมีความมั่งคั่ง
  5. เป็นคนดีของสังคม


ส่วนการบรรลุเป้าหมาย ต้องคำนึงถึงกฏทอง 5 ข้อได้แก่

  1. ต้องตั้งงบไว้ว่าหลังเกษียณอายุควรจะมีเงินเท่าไหร่ สูตรในการคิดง่ายๆก็คือ การนำเอาเงินที่ใช้เฉลี่ยต่อเดือนคูณกับระยะเวลาที่เราคิดว่าจะยังมีชีวิต อยู่
  2. ต้องรู้จักวิธีลงทุน ซึ่งดร. สุวรรณบอกไว้ว่า ยุคสมัยนี้หากอยากลงทุนให้ได้ดอกผลงดงาม ต้องลงทุนกับบ้านที่อยู่อาศัย ทองคำ หุ้น กองทุน เงินฝาก การศึกษาและต้องรู้จักกระจายการลงทุน
  3. ต้องกำหนดระยะเวลาที่จะมีเงินจำนวนที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างเคร่งครัด
  4. หาตัวช่วยเสริมรายได้ ฉลาดลงทุนและลดความเสี่ยง
  5. สร้างบุญกุศลให้หนุนนำ


ในยามชรานั้นคนมักคิดถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า “อโรคยา ปรมาลาภา” การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ก็คือการได้อยู่อย่างสบายมีกินมีใช้จนไม่เครียด


แต่ถ้ามีวันใดที่ชีวิตถึงวันอับแสงที่สุด ดร. สุวรรณแนะนำแหล่งความช่วยเหลือดังนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทุกแห่ง ธนาคารของรัฐบาลทุกแห่ง ชมรมออมเงินซึ่งมีเขาเป็นประธาน http://www.saverclub.org และศูนย์พิทักษ์ธรรมเพื่อประชาชน โทร 02-952-5060-2


โดย คุณวีระชาติ ชุตินันท์วโรดม

ที่มา TSI Investment Wiki

 




โดย minimalism ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 22 พ.ย. 54 13:26 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,188 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 2,188 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง