(เด็ก59 ต้องรู้)เจาะลึกเส้นทางรับตรงปี59

ลบ แก้ไข
กลิ่นอายต่างๆจากการแอดมิชชันในรุ่นน้องๆปี58 เริ่มจางๆเบาบางลงไปแล้วนะครับ แต่สำหรับน้องๆที่กำลังอยู่ ม.6 ในปีนี้ หรือเรียกสั้นๆว่าเด็ก59 ทั้งหลาย สงครามนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ฮ่าๆ เส้นทางในการเข้ามหาวิทยาลัยของน้องๆยังพอมีเวลา โดยด่านแรกที่น้องๆจะใช้เป็นเส้นทางในการเข้าสู่มหาวิทยาลัยนั้นก็คือ "การรับตรง" ซึ่งในปี59 นี้มีหลายๆอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร จะมีอะไรบ้างและมีการเตรียมตัวยังไง ไปดูกันครับ

ทำไมต้องรับตรง?
 
การรับตรงเกิดขึ้นจากการที่มหาวิทยาลัยต้องการจะเป็นผู้รับนักศึกษาเอง เพราะการรับนักศึกษาจากระบบกลางหรือแอดมิชชัน ส่วนใหญ่จะได้เด็กที่ไม่ได้มีความต้องการอยากเรียนในคณะนั้นๆจริงๆ จะเจอปัญหาเรียนได้ไม่เท่าไหร่ ก็ไม่ไหว ขอซิ่ว ลาออก เพราะส่วนใหญ่เด็กที่เข้ามาจากในระบบแอดมิชชั่น จะเลือกมหาวิทยาลัยที่ตัวเองชื่นชอบอยากเข้าเป็นหลัก ไม่ได้เลือกที่คณะที่อยากจะเรียน เพราะอาจคะแนนไม่ถึง ทำให้เด็กก็จะเลือกจากที่คณะที่ตัวเองคะแนนถึง จะคณะอะไรก็ได้ ให้เข้าไปได้ก่อน จะเรียนได้ไม่ได้ ก็ว่ากันอีกที แต่พอเข้ามาแล้วก็เรียนไม่ได้ไม่ไหวจริงๆ ทำให้ต้องซิ่ว ลาออกกัน อีกทั้งการวางสัดส่วนหรือข้อสอบที่ใช้นั้น ก็ไม่ได้เป็นตามจุดประสงค์ที่ทางมหาวิทยาลัยจะรับสักเท่าไหร่
 
ด้วยเหตุนี้ทางแต่ละมหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจเริ่มรับสมัครและคัดเลือกเอง ออกข้อสอบเอง เพราะการรับสมัครเองนั้น ทางมหาวิทยาลัยก็จะได้เป็นผู้คัดเอง กำหนดคุณสมบัติได้ตามที่มหาวิทยาลัยต้องการ  และยังเป็นการกระจายโอกาสให้กับเด็กๆที่อยากเรียนในคณะและมหาวิทยาลัยนั้นๆจริงๆอีกด้วย
 
รับตรงมีอะไรบ้าง
 

น้องๆหลายคนอาจะงงหรือสงสัยกับคำว่า โควตา ทุน หรือความสามารถพิเศษ ว่าคืออะไร หรือเป็นอีกเส้นทางของการเข้าสู่มหาวิทยาลัยใช่ไหม ซึ่งพี่แฮนด์ของบอกตรงนี้ว่าคำทั้งหมดนั้นที่จริงแล้วก็รวมอยู่ในการ “รับตรง” นั่นแหละครับ โดยแต่ละคำจะมีความหมายดังนี้
 
โควตา คือการรับตรงอย่างหนึ่งแต่จะมีคุณสมบัติพิเศษที่กำหนดไว้ ส่วนใหญ่มักจะใช้ในการโครงการรับตรงที่จะรับเด็กเฉพาะเขตฟื้นที่ เช่น โควตา20จังหวัดภาคอีสานของม.ขอนแก่น โควตา17จังหวัดภาคเหนือของ ม.เชียงใหม่ เป็นต้น หรือการกำหนดคุณสมบัติพิเศษไว้ที่ตัวบุคคล คือ
ความสามารถพิเศษ เช่น มีความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี มีความสามารถพิเศษทางด้านกีฬา เป็นต้น หือความสามารถพิเศษทางด้านภาษา ซึ่งคนที่มีความสามารถพิเศษตรงนี้ก็อาจเอาไปขอ ทุน ได้ด้วย ซึ่ง
ทุนก็คือก็คือพวกโครงการรับตรงต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษา แต่มีทุนทรัพย์ให้ ออกค่าเล่าเรียนให้ โดยน้องๆไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยโครงการเหล่านี้มักจะมีคุณสมบัติพิเศษถึงจะขอทุนได้ เช่น โครงการเรียนดี นักกีฬา นักดนตรี หรือคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับทางมหาวิทยาลัย หรือถ้าไม่มีความสามารถพิเศษบางมหาวิทยาลัยก็อาจจะเปิดให้มีการสอบชิงทุน
 
 

รูปแบบการรับตรงในปี59
 
 
(เด็ก59 ต้องรู้)เจาะลึกเ

 
อันดับแรกที่น้องต้องทำความเข้าใจก่อนการรับตรงเลยนะครับ คือรูปแบบการรับตรงที่มหาวิทยาลัยต่างๆจะใช้ในปี59 โดยหลักๆจะแบ่งเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้ คือ

1.มหาวิทยาลัยจัดสอบเอง

รูปแบบนี้หมายความว่าทางมหาวิทยาลัยที่เปิดรับตรง จะใช้ข้อสอบที่ออกจากทางมหาวิทยาลัยเองเป็นข้อสอบที่ใช้ในการคัดเลือกนักศึกษา เช่น ข้อสอบ Smart 1 ของธรรมศาสตร์ ที่จัดสอบเพื่อรับนักศึกษาเข้าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หรือคณะรัฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ ของธรรมศาสตร์ เป็นต้น

2.มหาวิทยาลัยใช้ข้อสอบจากทาง สทศ(GAT PAT หรือ 9 วิชาสามัญ)
รูปแบบนี้ก็คือทางมหาวิทยาลัยจะไม่ได้ออกข้อสอบเองแต่จะใช้ข้อสอบที่ทางสทศ เป็นคนออก คือข้อสอบ GAT PAT หรือ ข้อสอบ9วิชาสามัญ ที่ออกมาเพื่อใช้ในการสอบตรงโดยเฉพาะ ซึ่งรูปแบบนี้จะมีใช้กันเยอะมาก โดยมหาวิทยาลัยอาจจะใช้แค่ GAT PAT บางมหาวิทยาลัยอาจจะใช้แค่ 9 วิชาสามัญ บางมหาวิทยาลัย อาจจะใช้ทั้ง GAT PAT บวกกับ 9 วิชาสามัญ(รูปแบบนี้ทางจุฬาจะใช้) ซึ่งตรงนี้น้องๆต้องตรวจสอบกับทางระเบียบการของทางมหาวิทยาลัยอย่างละเอียดก่อนการสมัครอีกครั้ง

3.รูปแบบลูกผสม(มหาวิทยาลัยออกข้อสอบเอง+ข้อสอบจากทาง สทศ)
รูปแบบนี้คือทางมหาวิทยาลัยจะออกข้อสอบเองบวกกับผู้สมัครต้องมีคะแนน GAT PAT หรือ 9 วิชาสามัญ ยื่นประกอบกันด้วย เช่น คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ น้องๆจะต้องสอบข้อเขียนบวกกับมีคะแนนGAT เป็นต้น

4.ไม่ต้องใช้ข้อสอบ
รูปแบบนี้ส่วนมากจะเป็นประเภทพวกโควตาต่างๆ เช่นโควตาเรียนดี โครงการพิเศษต่างๆ โควตานักกีฬา โควตานักดนตรี ต่างๆ ซึ่งโควตาหรือโครงการพวกนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะเน้นดูความสามารถต่างๆ ว่าพิเศษตรงตามคุณสมบัติที่ต้องการกับทางมหาวิทยาลัยหรือไม่ โดยจะใช้การตรวจคุณสมบัติพิเศษที่กำหนดบวกกับการสัมภาษณ์ เช่น โครงการรับตรง ม.วลัยลักษณ์,โครงการคัดเลือกตรงประเภทเรียนดี คณะวิทยาศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, โควตาเรียนดี คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นต้น

ยุบรับตรงรวมคืออะไร?

เป็นที่ฮือฮามาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วนะครับสำหรับข่าวของการ "ยุบรับตรงรวม" ซึ่งก็มีน้องๆจำนวนไม่น้อยเลยที่ตกใจและไม่เข้าใจเกี่ยวกับคำๆนี้ ซึ่งพี่แฮนด์ ก็จะอธิบายดังนี้ครับว่า การยุบรับตรงรวมนั้น ไม่ได้มีอะไรที่น่าตื่นเต้นหรือส่งผลไม่ดีกับน้องๆเลยครับ เพราะว่าอะไร เพราะการยุบรับตรงรวมนั้นแท้จริงก็คือเหมือนกันช่วยน้องๆไม่ใหวิ่งรอก เหนื่อยกับการวิ่งสอบตรงตามมหาวิทยาลัยต่างๆ

น้องๆลองนึกภาพน้องๆที่อยู่ภาคเหนือ อีสาน ใต้ ต้องขึ้นมาสอบกันในกรุงเทพดูครับ ว่ามันเหนื่อยแค่ไหน ต้องเสียทั้งค่ารถ ค่าที่พัก ค่าอาหาร การยุบตรงรวมจะทำให้น้องๆที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนยื่นรับตรงในมหาวืทยาลัยที่อยากเข้าได้โดยการใช้ข้อสอบ 7 วิชาสามัญที่เพิ่งมาเปลี่ยนเป็น 9 วิชาสามัญในปีนี้ นั่นเอง!!

9 วิชาสามัญ สอบอะไร?

(เด็ก59 ต้องรู้)เจาะลึกเ
 
9 วิชาสามัญ ก็คือข้อสอบกลางที่จะใช้ในการรับรับตรงแทนการออกข้อสอบของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยจะประกอบไปด้วย
1.ภาษาไทย
2.สังคมศึกษา
3.ภาษาอังกฤษ
4.คณิตศาสตร์ 1 (สำหรับ นร.สายวิทย์)
5.คณิตศาสตร์ 2 (สำหรับนร.สายศิลป์)
6.ฟิสิกส์
7.เคมี
8.ชีววิทยา
9.วิทยาศาสตร์พื้นฐาน (สำหรับนร.สายศิลป์)

ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีแค่ 7 วิชา แต่ที่ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงจาก7เป็น9 ก็เพราะว่าเป็นการช่วยน้องๆสายศิลป์นั่นเองครับ ก็คิดดูจะให้น้องๆสายศิลป์ไปสอบคณิตของสายวิทย์หรือพวกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ มันจะไปไหวอะไรจริงไม๊ครับ 55

จำเป็นไหมที่ต้องสอบทั้ง9วิชา?

(เด็ก59 ต้องรู้)เจาะลึกเ

 
บอกเลยครับว่า "ไม่" จำเป็น คณะสายวิทย์ต่างๆจะใช้แค่ 5-7 วิชา ส่วนสายศิลป์ ก็ประมาณ 3-5 วิชาครับ ซึ่งน้องๆต้องดูในระเบียบการของทางมหาวิทยาลัยที่น้องๆต้องการจะสมัครอีกที ซึ่งเคล็ดลับที่พี่แฮนด์จะบอกง่ายๆก็คือ น้องๆต้องค้นหาตัวเองให้เจอให้ไวครับ จะได้รู้เลยว่าคณะที่เราต้องการจะเข้านั้นใช้วิชาอะไรบ้างกี่วิชา เพื่อไม่ต้องจะสมัครหว่านๆมั่วๆไป เปลืองเงินครับ ฮ่าๆ

มีมหาวิทยาลัยไหนใช้บ้าง?

(เด็ก59 ต้องรู้)เจาะลึกเ

 
หลักๆก็จะมีทั้งหมด 27 มหาวิทยาลัยครับ ได้แก่

- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- มหาวิทยาลัยทักษิณ
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยนครพนม
- มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
- มหาวิทยาลัยนเรศวร
- มหาวิทยาลัยบูรพา
- มหาวิทยาลัยพะเยา
- มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- มหาวิทยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยแม่โจ้
- มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
- มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
- มหาวิทยาลัยศิลปากร
- มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

** แต่ก็ใช้ว่าทั้ง27 มหาวิทยาลัยนี้จะใช้แต่ข้อสอบ 9 วิชาสามัญนะครับ บางมหาวิทยาลัยอาจจะเลือกใช้ข้อสอบอื่นๆได้ตามที่พี่แฮนด์เขียนไว้ข้างต้น

- เคลียร์เรื่องตัดสิทธิ์แอด เคลียริ่งเฮ้าส์ คลิก
- กำหนดการ การสอบ ปฎิทินรับตรง&แอดมิชชัน ประจำปีการศึกษา 2559 คลิก


นี่ก็คือรูปร่างหน้ารูปแบบข้อสอบต่างๆที่น้องๆ ม.6 ปีนี้ต้องประสบพบเจอ หวังว่าน้องๆหลังจากได้อ่านบทความนี้ก็น่าจะเข้าใจระบบรับตรงมากขึ้นนะครับ ซึ่งถ้าเข้าใจแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือการเตรียมตัวนะครับ เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอนครับ ติดก่อนมีสิทธิ์ก่อนไม่ต้องรอเครียดตอนแอดนะครับ สู้ๆ และหากน้องคนไหนมีข้อสงสัยเรื่องการรับตรงต่างๆสามารถ ไปพูดคัยถามพี่ได้ที่ คลิก นะครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ธารา อิสสระ  (พี่แฮนด์)
facebook : handyman eduzones
twitter : Handy_hotspurs

“สอนคน”...คือหน้าที่ของโ

 

loading...


โดย P'Hand Eduzones ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 10 มิ.ย. 58 14:00 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 47,832 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 47,832 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง