ถูกปลดออกจากงาน ทำอย่างไรดี ?

ลบ แก้ไข

ถูกปลดออกจากงาน ทำอย่างไรดี ?

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ใครต่อใครก็ พูดถึงแต่เรื่องการปลดพนักงานออก ก็แหม…ทั้งสื่อไทย และต่างประเทศ ต่างก็พากันรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปลดพนักงานโดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ ทั้งหลาย เลยทำให้หลายคนเกิดอาการหวั่นใจ ยิ่งองค์กรบางแห่งที่มีกระแสข่าวลือสะพัดว่าจะมีการปลดพนักงานด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้วิตกกังวลกันไปใหญ่ แต่จะทำอย่างไร หากต้องเป็นหนึ่งในคนที่จะถูกปลดออก… วันนี้เรามีคำแนะนำ เพื่อรักษาสิทธิของคุณมาฝากกันค่ะ

 หาข้อมูล

อันดับแรกขอแนะให้หาข้อมูลไว้ก่อน โดยข้อมูลที่คุณต้องหาเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ของคุณ เรื่องอย่างนี้ถึงไม่บอกหลายคนคงเตรียมตัวไว้แล้ว แต่ที่ผมอยากจะแนะนำในการหาข้อมูลส่วนนี้คือเริ่มจากการมาดูว่ารายได้ที่ ผ่านมาในแต่ละเดือนของเราเป็นอย่างไรบ้าง อะไรที่ได้รับเป็นประจำทุกเดือน แล้วลองศึกษากฎหมายแรงงานดูว่า ด้วยอายุงานของคุณ คุณควรจะได้รับค่าชดเชยกี่เดือน เช่น พนักงาน ที่ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน จะไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนพนักงานที่ผ่านช่วงทดลองงานแล้วแต่ไม่เกิน 1 ปี จะได้ค่าชดเชย 1 เดือน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีค่าตกใจอีกในกรณีที่ให้ออกจากงานในทันที คือคุณจะได้ 1 เดือนเป็นค่าตกใจเป็นอย่างน้อย (กฎหมายเรียกค่าตกใจนี้ว่า ค่าแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า) แต่ถ้าทางองค์กรบอกล่วงหน้า คุณจะไม่ได้ค่าตกใจ

 ควบคุมตนเอง

ถ้าข่าวลือที่คุณได้ยินเกิดเป็นความจริงขึ้นมา สิ่งที่คุณต้องทำอย่างแรกเลยคือคุณต้องควบคุมตนเองให้ได้ อย่าโวยวาย หรือร้องไห้ฟูมฟายเสียใจจนเกินเหตุ ควบคุมสติของคุณให้ดี อย่าคิดจะแก้แค้นโดยการทำลายเอกสารที่องค์กรให้ไว้ หรือเดินไป ชกหน้านายจ้างเพราะนั่นจะเข้าข่ายเป็นคดีความได้ คุณคงไม่ต้องการที่จะตกงานและมีคดีความติดตัวไปตลอดชีวิต…ใช่ไหม อย่าให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายชีวิตคุณ

การถูกปลดจากงานไม่ใช่สิ่งสุด ท้ายในชีวิตคุณ จงอย่าคิดสั้นเช่นกัน ตั้งสติให้ดีแล้วลองตั้งคำถามกับนายจ้างของคุณเพื่อให้เข้าใจว่า อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณถูกเลิกจ้าง แล้วที่คุณถูกเลิกจ้างนี้ คุณจะได้อะไรเป็นการชดเชยบ้าง

 ตรวจดูเอกสารการชดเชย

จากนั้นนำเอาเอกสารเกี่ยวกับการเลิกจ้างและการจ่ายเงินชดเชยที่นายจ้าง ของคุณให้มา นั่งอ่านดูอย่างละเอียด ดูว่าสิ่งที่เขาให้เพื่อเป็นการชดเชยนั้นเป็นธรรมหรือไม่ ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่องค์กรให้นั้นยังไม่เป็นธรรมเท่าที่ควร สิ่ง ที่อยากแนะนำคือให้คุณลองไปปรึกษาหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ เช่นสำนักงานแรงงาน ให้เขาช่วยดูว่าคุณพอจะทำอะไรหรือเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง

แต่ถ้าคุณมองว่าสิ่งที่องค์กรให้มานั้นเป็นธรรมอยู่แล้ว จงหยุดคิดเรื่องที่ถูกปลดออกจากงานเสีย เริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะการเลิกจ้างไม่ใช่ความผิดของคุณและก็ไม่ใช่สิ่งสุดท้ายในชีวิตของคุณ ตั้งสติแล้วค่อยๆ คิด บางที่วิกฤตบางครั้งก็กลายมาเป็นโอกาสที่ดีของคุณได้ เหมือนกับหลายๆ คนในช่วงวิกฤตปี”40 ที่ถูกให้ออกจากงาน และตัดสินใจมาเปิดกิจการเป็นของตนเอง

ผลที่ออกมาคือรวยกว่าการเป็น ลูกจ้างเสียอีก อย่างคุณศิริวัฒน์ วรเวทวุฒิคุณ เจ้าของแซนด์วิช “ศิริวัฒน์อันลือชื่อ” ก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ในช่วงนั้น

ดังนั้น ถ้าคุณถูกให้ออกจากงาน จงคิดในแง่ดีว่า มันอาจจะเป็นโอกาสที่เปิดขึ้นมาเพื่อให้คุณได้มีโอกาสทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการเป็นเจ้านายของตนเอง การมีกิจการเป็นของตนเอง หรือเป็นโอกาสที่คุณจะได้ออกมาพักผ่อนรักษาสุขภาพที่หักโหมมานาน

สิ่งสุดท้ายที่อยากฝากไว้คือ ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส หลังฝนตกฟ้าก็จะสดใส อดทนสักนิดแล้วเราก็จะผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 




โดย P'Hand Eduzones ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 16 ก.พ. 52 11:10 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 8,311 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 8,311 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง