ข้อมูลและสารสนเทศ

ลบ แก้ไข






 

1.บอกความหมายของข้อมูล การประมวลผลและสารสนเทศได้
2.บอกความแตกต่างระหว่างข้อมูลและสารสนเทศ
3.บอกขั้นตอนการประมวลผลที่ทำข้อมูลให้เป็นสารสนเทศได้ 
4.อธิบายคุณสมบัติที่ดีของข้อมูลได้
5.ตระหนักในความสำคัญของข้อมูล สารสนเทศและการประมวลผลข้อมูล
6.วิเคราะห์ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำไปใช้ได้อย่างมีจิตสำนึก
 

ใบงานที่ 1.1 




ใบความรู้ที่ 1.1 ข้อมูลและสารสนเทศ  
 
ความหมายของข้อมูล การประมวลผล
และสารสนเทศ
  ประเภทของข้อมูล
โครงสร้างของข้อมูล
  การประมวลผลข้อมูล
  คุณสมบัติที่ดีข้องข้อมูล

ทดสอบความรู้ตัวเองสักหน่อย




ความหมายของข้อมูล การประมวลผล และสารสนเทศ

          
            
ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สถานที่ สิ่งของต่าง ๆ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมเอาไว้ และสามารถนำไปประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้สามารถเรียกเอามาใช้ประโยชน์ได้ในภายหลัง โดยข้อมูลอาจเป็นตัวเลข สัญลักษณ์ ตัวอักษร เสียง ภาพ ภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น

           สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้ผ่านการประมวลผลและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ตามจุดประสงค์ ผ่านการเลือกสรรให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ให้ทันเวลา

           ทั้งนี้ข้อมูลที่จะเป็นสารสนเทศที่ดีนั้นจะต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การประมวลผล (Processing) 
ซึ่งหมายถึง การจัดการกับข้อมูลเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งและสามารถนำเอาข้อสรุป
หรือสารสนเทศนั้นไปช่วยในการตัดสินใจได้

แผนภูมิ แสดงความสัมพันธ์ของข้อมูลและสารสนเทศ


ตาราง แสดงตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล การประมวลผล และสารสนเทศ

ข้อมูล

การประมวลผล

สารสนเทศ

เกรดแต่ละวิชา

เกรด x หน่วยกิต / หน่วยกิตรวม

เกรดเฉลี่ยสะสม

การเลือกตั้ง ส.ส. โดยราษฎรกากบาทลงบัตรเลือกตั้ง

กำนับจำนวนคะแนนในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง

คะแนนเสียงที่ผู้สมัคร

แต่ละคนได้รับ

  กลับด้านบน

 

ประเภทของข้อมูล

     
          ข้อมูลที่สามารถนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ มี 5 ประเภท คือ

1. ข้อมูลตัวเลข (Numeric Data)ด้แก่ ข้อมูลที่เป็นจำนวนตัวเลข สามารถนำไปคำนวณได้ เช่น จำนวนเงินเดือน
ราคาสินค้า
2. ข้อมูลตัวอักษร (Text Data) ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นตัวอักษร และสัญลักษณ์เช่น ชื่อ สกุล ที่อยู่
3. ข้อมูลเสียง (Audio Data) ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นเสียงต่าง ๆ เช่น เสียงดนตรี เสียงพูด

4. ข้อมูลภาพ (Images Data)
คือ ข้อมูลที่เป็นจุดสีต่าง ๆเมื่อนำมาเรียงต่อกันแล้วเกิดรูปภาพขึ้น เช่น ภาพถ่าย 
 ภาพลายเส้น เป็นต้น

5. ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว (Video Data)
ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นภาพเคลื่อนไหวต่าง เช่น ภาพเคลื่อนไหวที่ถ่ายด้วยกล้องวิดีโอ หรือภาพที่ทำจากโปรแกรมต่างๆ เป็นต้น


กลับด้านบน

 

โครงสร้างของข้อมูล

         
       ในระบบคอมพิวเตอร์จะมีการจัดโครงสร้างข้อมูล (Data Structure) 
ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่มีขนาดต่างกัน ดังนี้

1. บิต (Bit) เป็นหน่วยข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งเป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและนำไปใช้งานได้ ได้แก่ เลข 0 และ เลข 1
2. ไบต์ (Byte) หรือ อักขระ (Character)
ได้แก่ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือ สัญลักษณ์พิเศษ 1 ตัว เช่น 0,1…9, 
A, B,…Z   ซึ่ง 1 ไบต์ จะเท่ากับ 8 บิต หรือ ตัวอักขระ 1 ตัว

3. ฟิลด์ (Flied)
คือ อักขระ ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป รวมกันเป็น ฟิลด์ เช่น เลขประจำตัว ชื่อสกุล เป็นต้น
4. เรคคอร์ด (Record)
คือ การนำเอาฟิลด์หลายฟิลด์และมีความสัมพันธ์มารวมกลุ่มกัน เช่น นักเรียนแต่ละคนจะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับ ชื่อ สกุล อายุ เพศ เกรดเฉลี่ยฯลฯ โดยข้อมูลในลักษณะนี้คือ 1 เรคคอร์ดนั่นเอง
5. แฟ้มข้อมูล หรือ ไฟล์ ( Flies)
คือ เรคคอร์ดหลายๆ เรคคอร์ดรวมกัน และเป็นเรื่องเดียวกัน 
เช่น แฟ้มข้อมูลนักเรียนห้อง ม.1/1 จำนวน 50 คน ทุกคนจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อ สกุล เพศ อายุ เกรดเฉลี่ย ฯลฯ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ของนักเรียนจำนวน 50 คนนี้ เรียกว่า แฟ้มข้อมูล
6. ฐานข้อมูล (Database) คือ การเก็บรวบรวมไฟล์หรือแฟ้มข้อมูลหลายๆ ไฟล์ที่เกี่ยวข้องมารวมกัน

                               แผนภูมิ  แสดงโครงสร้างของข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์

 



กลับด้านบน

 

การประมวลผลข้อมูล

        การประมวลผลข้อมูล เป็นวิธีการที่ใช้ในการจัดการกับข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมมา แล้วประมวลผลข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อมูลใหม่ให้อยู่ในลักษณะที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือเป็นสารสนเทศนั่นเอง

       ขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล มีขั้นตอนการประมวลผล 3 ขั้นตอน คือ การรวบรวมข้อมูลเข้า การประมวลผลข้อมูล และการนำเสนอข้อมูล ดังแสดงในแผนภูมิ

แผนภูมิ  แสดงขั้นตอนการประมวลผลข้อมูล



1. การเตรียมข้อมูล เป็นการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูล ประกอบด้วย
        1.1 การรวบรวมข้อมูล เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งต่าง ๆ
        1.2 การตรวจสอบข้อมูล เป็นการตรวจสอบข้อมูล เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ข้อมูลที่เก็บเข้าในระบบต้องมีความเชื่อถือได้ หากพบที่ผิดพลาดต้องแก้ไข

2. การประมวลข้อมูลหรือการจัดการข้อมูล นการประมวลผลข้อมูลสามารถจัดการได้หลายวิธีดังนี้
        2.1 การแยกประเภท เป็นแยกประเภทข้อมูลให้ถูกต้องตามลักษณะงานหรือคุณสมบัติของข้อมูล เช่น แยกประเภทตามรหัส อาชีพ เพศ เป็นต้น
        2.2 การเรียงลำดับข้อมูล
เป็นการจัดเรียงข้อมูลไว้เป็นลำดับ เพื่อความสะดวกในการค้นหาหรือการเก็บรักษา เช่นเรียงตามลำดับชื่อ วันเวลา อักษร เป็นต้น
        2.3 การคำนวณ
เป็นการประมวลผล โดยการใช้การบวก ลบ คูณ หาร เพื่อหาผลลัพธ์ของข้อมูล
        2.4 การสรุปผลข้อมูล เป็นการสรุปผลการคำนวณ ทำให้เกิดข้อมูลใหม่ขึ้นมาในรูปของสารสนเทศ

3. การจัดการผลลัพธ์และการนำเสนอ
        3.1 การเก็บรักษาข้อมูล หมายถึง การนำข้อมูลมาบันทึกเก็บไว้ในสื่อบันทึกต่าง ๆ เช่น แผ่นบันทึกข้อมูล นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล และทำสำเนาข้อมูลเพื่อให้ใช้งานต่อไปในอนาคต 
        3.2 การค้นหาข้อมูล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้มีจุดประสงค์ที่จะเรียกใช้งานได้ต่อไป การค้นหาข้อมูลจะต้องค้นได้ถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว จึงมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามามีส่วนช่วยในการทำงาน ทำให้การเรียกค้นกระทำได้ทันเวลา
        3.3 การทำสำเนาข้อมูล การทำสำเนาเพื่อที่จะนำข้อมูลเก็บรักษาไว้ หรือนำไปแจกจ่ายในภายหลัง จึงควรจัดเก็บข้อมูลให้ง่ายต่อการทำสำเนา หรือนำไปใช้อีกครั้งได้โดยง่าย
        3.4 การสื่อสาร
ข้อมูลต้องกระจายหรือส่งต่อไปยังผู้ใช้งานที่ห่างไกลได้ง่ายการสื่อสารข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ
และมีบทบาทที่สำคัญยิ่งที่จะทำให้การส่งข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา



กลับด้านบน

คุณสมบัติที่ดีข้องข้อมูล

                      เพื่อให้สามารถใช้งานข้อมูลและสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ในการจัดการระบบ ข้อมูลจึงต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ ดังนั้นในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง สารสนเทศที่ดี ข้อมูลจะต้องมีคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน ดังนี้

               1. ความถูกต้อง หากมีการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือไม่ได้จะทำให้เกิดผลเสียอย่างมาก ผู้ใช้จะไม่กล้าอ้างอิงหรือนำเอาไปใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นเหตุให้การตัดสินใจของผู้บริหารขาดความแม่นยำ 
และอาจมีโอกาสผิดพลาดได้ โครงสร้างข้อมูลที่ออกแบบต้องคำนึงถึงกรรมวิธีการดำเนินงานเพื่อให้ได้ความถูกต้อง
แม่นยำมากที่สุด โดยปกติความผิดพลาดของสารสนเทศส่วนใหญ่ มาจากข้อมูลที่ไม่มีความถูกต้องซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก คนหรือเครื่องจักร การออกแบบระบบจึงต้องคำนึงถึงในเรื่องนี้
aaaaa 2. ความรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน
การได้มาของข้อมูลจำเป็นต้องให้ทันต่อความต้องการของผู้ใช้ 
มีการตอบสนองต่อผู้ใช้ได้เร็ว ตีความหมายสารสนเทศได้ทันต่อเหตุการณ์หรือความต้องการ มีการออกแบบระบบ
การเรียกค้น และรายงานตามความต้องการของผู้ใช้
aaaaa 3. ความสมบูรณ์
ความสมบูรณ์ของสารสนเทศขึ้นกับการรวบรวมข้อมูลและวิธีการทางปฎิบัติด้วย ในการดำเนินการจัดทำสารสนเทศต้องสำรวจและสอบถามความต้องการใช้ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความสมบูรณ
์ในระดับหนึ่งที่เหมาะสม
aaaaa 4. ความชัดเจนและกะทัดรัด
การจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากจะต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากจึงจำเป็นต้องออกแบบโครงสร้างข้อมูล
ให้กะทัดรัดสื่อความหมายได้ มีการใช้รหัสหรือย่นย่อข้อมูลให้เหมาะสมเพื่อที่จะจัดเก็บเข้าไว้ในระบบคอมพิวเตอร์
aaaaa 5. ความสอดคล้อง
ความต้องการเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นจึงต้องมีการสำรวจเพื่อหาความต้องการของหน่วยงานและองค์การ ดูสภาพการใช้ข้อมูล ความลึกหรือความกว้างของขอบเขตของข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการ





Webmaster by Samorn  Tarapan
                                                 E-mail :
smo_t@yahoo.com
                                                  Last Update : 31/05/2551 07:52:50 

 




โดย tomopoppe ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 25 ก.ย. 52 16:49 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 4,195 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 4,195 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย ยิปโซ
IP : 118.175.220.***
เนื้อหามีสาระน่าสนใจดี

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด




advertisement