มาสร้างบ้านที่ผสมผสาน ความเป็นบ้านเรือนไทย กันเถอะ

ลบ แก้ไข

ท่านผู้อ่านครับ เคยสงสัยกันมั๊ยครับว่า ทำไม บ้านเมืองไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพ อันเป็นเมืองหน้าด่าน ที่ชาวต่างชาติ จะมาเยือน เป็นที่แรก ถึงมีสถาปัตยกรรม บ้านเรือนไทย ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่ เราจะพบเห็น งานสถาปัตยกรรม แบบเรือนไทย ไปผสมปนเป อยู่ตาม อาคารของโรงแรม, วัด, สถานที่ราชการ หรือรีสอร์ทต่างๆ แต่กลับเห็นน้อยมาก ตามบ้านเรือน ของประชาชนโดยทั่วไป เคยสงสัยกันมั๊ยครับ ว่าทำไม และทำไม บ้านเรือนไทย ไม่เป็นที่นิยม ของคนไทยกันเอง หรือสถาปัตยกรรม แบบบ้านเรือนไทย มันขลังจนขึ้นหิ้ง ไม่สามารถสัมผัส ได้เสียแล้ว

จริงๆ แล้ว สถาปัตยกรรม แบบบ้านเรือนไทย มีข้อดีมากมาย อันเป็นผลมาจาก การสั่งสม ประสบการณ์ ของเหล่าผู้คน ในอดีต ที่ผ่านการเรียนรู้ มาหลายยุค หลายสมัย ผ่านการล้มลุกคลุกคลาน และเสียหยาดเหงื่อแรงกาย ไปเป็นจำนวนมาก เพื่อให้เป็น มรดกทางความรู้ และวัฒนธรรม ให้เราคนรุ่นหลัง ได้ใช้ประโยชน์กัน แต่อนิจจังอนิจจา ของใดๆ ย่อมไม่เที่ยง หากเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป ฉันใด สถาปัตยกรรม บ้านแบบเรือนไทย ก็ฉันนั้น เมื่อเวลาเปลี่ยนไป สังคมไทย ที่เปิดรับ วัฒนธรรมตะวันตก อย่างเต็มที่ ก็เริ่มละทิ้ง วัฒนธรรมอันเก่าแก่ และหันไปหา วัฒนธรรมตะวันตก ที่น่าตื่นตาตื่นใจแทน

บทความนี้ มิได้ขัดขวาง ความต้องการ ของผู้คน ที่นิยม วัฒนธรรมตะวันตก แต่ต้องการ ที่จะสร้างกระแส ให้ผู้คน หันมาสนใจ บ้านแบบเรือนไทยกันบ้าง ก่อนอื่น เรามาดูกันว่า บ้านเรือนไทย เป็นอย่างไร แล้วดีอย่างไร ทำไมถึงแนะนำ ให้หันมาสนใจ

โครงสร้างผังเรือนไทย

ปกติเรือนไทย จะมีการแบ่งพื้นที่ ออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ

1. บริเวณตัวเรือน
2. บริเวณชาน
3. บริเวณนอกชาน

A หมายถึง เรือนใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นเรือนนอนของเจ้าของบ้าน
B หมายถึง เรือนบริวาร ส่วนใหญ่เป็นเรือนนอนของลูกเจ้าของบ้าน
C หมายถึง เรือนครัว
D หมายถึง เรือนกิจกรรม
E หมายถึง ชานโล่ง

การวางตัวอาคาร จะเรียงตัว โดยจะหัน ด้านตัวเรือน D, B, C เข้าหาด้านใต้ เพื่อรับลม ที่พัดจากทิศใต้ มาทางทิศเหนือ การวางลักษณะนี้ จะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วางตัวเรือน ตามตะวัน การวางลักษณะนี้ จะช่วยทำให้ ท่านเจ้าของบ้าน ได้รับประโยชน์ ในแง่ ความเย็นของบ้าน เพราะลักษณะ การวางผัง จะวางให้ ส่วนยาวของเรือน เปิดรับลม ที่มาจากด้านใต้ อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน การวางตำแหน่ง เรือนบริวาร ที่อยู่ห้อมล้อมกัน จะช่วยบังแดด ซึ่งกันและกัน ประกอบกับ ชานโล่ง จะช่วยทำให้ การพัดผ่านของลม เป็นไปโดยอิสระ ช่วยระบายความร้อน ได้ดี

นอกจากเรื่องการวางผังเรือน ที่ช่วยทำให้ไม่ร้อนแล้ว ลักษณะการเลือกใช้วัสดุ และการออกแบบ ลักษณะหลังคา ก็เป็นอีกปัจจัย ที่ทำให้ บ้านเรือนแบบไทย มีลักษณะเย็น ดังนี้

1.ประตู, หน้าต่าง, ช่องลม รวมไปถึง ลูกกรง ที่เน้นความโปร่ง ให้ลมและแสง เข้าถึง ทำให้บ้าน มีการถ่ายเท ของอากาศได้ดี ไม่เก็บกักความร้อน ไว้ภายในบ้าน

2.หลังคา มีลักษณะสูง และมีลักษณะทรงจั่ว จะช่วยทำให้ พื้นที่ใต้หลังคา มีมากกว่า หลังคาประเภทอื่นๆ อากาศที่อยู่ใต้ หลังคาทรงสูง จะช่วยเป็น ตัวฉนวน กันความร้อน ได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ หลังคาของบ้านเรือนไทย ยังมีความลาดเอียง ของหลังคามาก ทำให้เกิดมุม ปลายหลังคา ที่จะช่วย กันแดดและฝนได้มาก ทำให้แดดตกกระทบ หรือฝนสาดกระทบ ผนังบ้าน ได้น้อยกว่า หลังคาประเภทอื่นๆ

3.ไม้ ถูกเลือกใช้ เป็นวัสดุหลัก ของการสร้าง บ้านเรือนไทย เพราะ ไม้ หาได้ง่าย ในสมัยโบราณ (แต่ปัจจุบัน หาได้ยาก) และ ไม้มีลักษณะ ที่เป็นตัวนำความร้อน ที่เลว และไม่อมความร้อน ทำให้ เมื่อพลบค่ำ ความร้อน ที่สะสม มาทั้งวัน จึงเหลือกระจาย กลับเข้ามา ในตัวบ้าน น้อยกว่า วัสดุประเภทอื่นๆ

ดังนั้น เราจึงสรุปได้ว่า ลักษณะบ้านเรือนไทย คือ หลังคาทรงจั่วสูง ที่มีมุมเอียงมาก และยื่นปลายหลังคา (เชิงชาย) ลงมามาก จะช่วยทำให้ บ้านมีความเย็น น่าอยู่น่าอาศัย

แต่เนื่องจากว่า ยุคสมัยเปลี่ยนไป วัฒนธรรมตะวันตก ที่มีภาพลักษณ์ ของความหรูหรา อลังการ แบบคลาสสิก หรือความทันสมัย แบบโมเดิร์น ได้เข้ามา มีบทบาท จับความต้องการ ของลูกค้าคนไทย ได้เป็นอย่างดี เพราะคนไทย โดยเฉพาะ ที่มีกำลังซื้อมากๆ ต้องการประกาศ แสดงออกถึง ศักยภาพทางการเงิน ของตนเอง ผ่านทางวิธี สร้างบ้านให้ใหญ่ และหรูหรา อลังการเข้าว่า เพราะนี่เป็นสิ่ง ที่ปลูกฝังมานานแล้ว ในสังคมไทย ว่า คนรวย คือคนที่มี ที่ดินมากๆ และบ้านใหญ่ๆ หรือการแสดงออก ถึงความทันสมัย ที่ผ่านการ อบรมความรู้ มาจากโลกตะวันตก ผ่านทางวิถีการ สร้างบ้านแบบโมเดิร์น

นี่จึงเป็นหนึ่งคำอธิบาย และหนึ่งคำตอบ ที่ตอบคำถาม ในช่วงต้น ของบทความ ว่า ทำไมคนไทย ไม่นิยม บ้านเรือนแบบไทย ถามว่า เป็นความผิด ของคนไทยหรือ ไม่ที่ไม่นิยม บ้านเรือนแบบไทย คำตอบคือ ไม่ผิด เราคงไม่สามารถ บังคับให้ใคร ชอบในแบบเดียวกันได้

ภาระหนัก จึงตกอยู่ที่ บุคคลากร ในวงการ ที่จะต้อง รณรงค์ และสร้างสรรค์ผลงาน โดยนำจุดดี ของบ้านเรือนไทย มาประยุกต์ ให้เข้ากับ ความทันสมัย ในโลกของ การออกแบบ ที่เปลี่ยนไป และที่สำคัญ การออกแบบ, การสร้า งและตกแต่ง บ้านเรือนไทย ยุคใหม่ จะต้องตอบสนอง ความต้องการ ของลูกค้า ทั้งในแง่ ความสวยงาม ทั้งมิติภายนอก และภายใน, ความภาคภูมิใจ ในฐานะ ที่ร่วมรณรงค์ สืบสานวัฒนธรรมไทย สู่ลูกหลาน และการประกาศ ให้เห็นถึง ศักยภาพ, ความมั่นคั่ง และมั่นคง ทางการเงิน ของเจ้าของบ้าน ผ่านรูปแบบ บ้านเรือนไทยสมัยใหม่ ที่สามารถจับต้องได้ ด้วยมิติสัมผัส ทางตา และการยอมรับ ด้วยมิติทางใจ ถึงความสมบูรณ์ ในแง่ ความหรูหรา อลังการ และมีระดับ แบบวัฒนธรรมไทย ที่วัฒนธรรมตะวันตก ไม่สามารถ ลอกเลียนได้ โดยเฉพาะ เรื่องการรักษามูลค่าของบ้าน เมื่อเวลาผ่านไป หลายสิบปี ( คุณๆ น่าจะเคยได้ยิน มาว่า บ้านเรือนไทย ในสมัยโบราณ มีนักธุรกิจหัวใส ซื้อต่อมา ในราคาถูก จากเจ้าของ ที่ไม่ทราบ ในเรื่องมูลค่าตลาด จากนั้น ก็นำมาปรับปรุง และขายต่อ ให้กับลูกค้า ชาวต่างชาติ คุณๆ เชื่อมั๊ยว่า ราคาที่ขายได้ อยู่ในหลัก หลายสิบล้านไป จนถึงเป็นร้อยล้าน เชียวนะครับ)

ที่มา : http://www.pantipmarket.com

 




โดย Sukanyas ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 12 ม.ค. 51 16:44 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 46,869 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 46,869 ครั้ง ตอบ 6 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย สุดารัตน์
IP : 125.26.235.***
ลบ แจ้งลบ
โดย ชาติชาย
IP : 125.24.22.***
ลบ แจ้งลบ
โดย Oil
IP : 124.121.124.***

ลองดูหลังคาสแกนรูฟ (Scanroof) ดูสิ  วัสดุเปนเหล็กรีดลอน แต่ขึ้นรูปลอนเหมือนโมเนีย

เปนหลังคาพร้อมแป  โครงสร้างลดแปไปได้เลย ทำให้น้ำหนักเบา

ลบ แจ้งลบ
โดย สุดสวย
IP : 117.47.77.***

น่าจะมีรูปบ้านเรือนไทยเยอะๆแล้วก็อยู่หน้าแรกของเว็บนี้ด้วยก็จะดีมากเลยนะคะ(ถ้ามี)แต่ก็คะ

ลบ แจ้งลบ
โดย เด็กต้มตุ๋น
IP : 58.9.171.***

พอจะทราบไหมว่า   สาเหตุที่คนในอดีตหันไปนิยมสร้างบ้านโดยใช้ปูน   หรือสถาปัตยกรรมแบบฝรั่ง เพราะอะไร

อยากทราบเบบละเอียดอ่า

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง