ยกเลิกป.บัณฑิต

ลบ แก้ไข

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.53 นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวถึงการยกเลิกการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำประกาศยกเลิกการรับรองหลักสูตร ป.บัณฑิต ของสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีอยู่กว่า 100 หลักสูตร ตามมติกรรมการคุรุสภา เมื่อวันที่ 19 ส.ค.53 เพื่อนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นหากสถาบันใดจัดการเรียนการสอนหลักสูตร ป.บัณฑิต หลังวันที่ 19 ส.ค.53 ก็จะไม่ได้รับการรับรองจากคุรุสภา และจะไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ ส่วนหลักสูตรหรือโครงการที่อยู่ระหว่างการจัดการเรียนการสอน ให้ดำเนินการต่อจนสำเร็จ แล้วให้สภามหาวิทยาลัย รับรองมายังคุรุสภา

“ประกาศดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า เป็นการยกเลิกหลักสูตร ป.บัณฑิต แต่ต่อไปจะรับรองเป็นรายโครงการ สถาบันที่จะเปิดสอนจะต้องทำโครงการเสนอขออนุมัติโดยมีรายละเอียดของแผนการ ผลิตที่ชัดเจนว่า จะผลิตจำนวนเท่าไร จำนวนกี่ปี เพื่อให้คุรุสภาทำหลักเกณฑ์ในการรับรองโครงการนั้นๆ จะไม่เป็นการรับรองแบบชั่วนิรันดร์ หรือขอครั้งเดียวแต่เปิดหลาย ๆ รุ่น ซึ่งการที่คุรุสภา ต้องดำเนินการเช่นนี้ เนื่องจากปัจจุบันสถาบันผลิตครู จะผลิตบัณฑิตปริญญาตรี และ ป.บัณฑิต รวมกันไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นคน ขณะที่มีอัตราบรรจุหรือจ้าง รวมกันทุกสังกัดเพียง 1 หมื่นคนเท่านั้น ทำให้มีผู้ตกงานสะสมไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน หากปล่อยไว้เช่นนี้เราจะไม่มีทางได้คนเก่งหรือคนที่ตั้งใจที่จะมาเป็นครู”

ด้านนายสมบัติ นพรัก คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะประธานคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ กำลังพัฒนาหลักสูตร ป.บัณฑิต มาเป็นหลักสูตรปริญญาโท ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้เรียนมากกว่า คือต่อไปแทนที่จะเรียนปริญญาตรี 4 ปี แล้วมาต่อ ป.บัณฑิต 1 ปี หรือ 4+1 ก็เป็นปริญญาตรี 4 ปี แล้วเรียนต่ออีก 2 ปี หรือ 4+2 เมื่อจบออกมาแล้วก็จะได้รับวุฒิปริญญาโท และจะได้รับเงินเดือนแรกบรรจุในอัตราปริญญาโท นอกจากนี้ ยังได้เตรียมเสนอรัฐบาล เพื่อปรับหลักสูตรครูพันธุ์ใหม่จากหลักสูตร 5 ปี เป็นหลักสูตร 5+1 ซึ่งเป็นการเรียนควบปริญญาตรีและปริญญาโทรวดเดียวจบ

วันเดียวกันที่หอประชุมคุรุสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานปฐมนิเทศครูใหม่ ตามโครงการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการของข้าราชการครูบรรจุใหม่ เรื่องเสริมสร้างพลังครูยุคใหม่ สู่คุณภาพเด็กไทยอย่างยั่งยืนว่า การจัดปฐมนิเทศ ครูใหม่ 1,533 คน ซึ่งเป็นการนำร่องรุ่นแรก เฉพาะเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ครูใหม่ จะได้รับเจตคติการเป็นครูที่ดี ซึ่งตนหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครูใหม่ เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นครู เป็นครูเพื่อศิษย์ และเป็นครูที่มีจิตวิญญาณ ตลอดจนการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาการศึกษาของ ศธ. 3 ข้อ ได้แก่ 1.การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ซึ่งทุกคนถือธงนำไปด้วยกัน และตั้งใจแน่วแน่ เพื่อสร้างให้เด็กเป็นคนเก่ง ดี มีความสุข และมีคุณภาพการศึกษาที่สูงขึ้น 2.ต้องนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์กับการศึกษา และ 3.สร้างขวัญและกำลังใจแก่ครู โดยจะลดอัตราจ้างลง และผลักดันให้มีอัตราข้าราชการครูมารองรับเพิ่มมากขึ้น เพราะครูไม่สมควรจะเป็นแค่ลูกจ้าง เท่านั้น
 




โดย น้ำป่าว? ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 16 เม.ย. 54 12:54 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 3,366 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 3,366 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย skytip
IP : 124.121.159.***
สุดยอดเว็บไซด์ www.bann-sky.in.th

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง