มารู้จักชานมไข่มุก (ที่มีผลวิจัยว่าทานแล้วเสียงเป็นมะเร็ง)

ลบ แก้ไข

 

มารู้จักชานมไข่มุก
(ที่มีผลวิจัยว่าทานแล้วเสียงเป็นมะเร็ง)

มารู้จักชานมไข่มุก (ที่ม

  พูดถึงชานมไข่มุก  น้องๆหลายคนต้องเคยได้ลิ้มชิมรสกันอย่างแน่นอน  แต่มีข่าวออกมาว่าถ้ากินเครื่องดื่มประเภทชานมไข่มุก นี้แล้วเป็นจะเป็นมะเร็ง 

  องค์การด้านสุขภาพและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโรงพยาบาลอาร์คอน (University Hospital Aachen) ของเยอรมนี
ได้ออกเตือนประชาชน ว่าการบริโภคเครื่องดื่มประเภทชาไข่มุก ที่กำลังไดรับความนิยมอยู่ในขณะนี้ มีโอกาสที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ เนื่องจากมีสารก่อมะเร็งเจือปนอยู่ ..  องค์การด้านสุขภาพและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโรงพยาบาลอาร์คอน (University Hospital Aachen) ของเยอรมนี ได้ออกเตือนประชาชน ว่าการบริโภคเครื่องดื่มประเภทชาไข่มุก ที่กำลังไดรับความนิยมอยู่ในขณะนี้ มีโอกาสที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ เนื่องจากมีสารก่อมะเร็งเจือปนอยู่

  โดยรายงานระบุว่า เครื่องดื่มประเภทชาไข่มุกนี้ นอกจากจะเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายจากการสำลักเม็ดไข่มุกแล้ว ยังตรวจพบว่าเม็ดไข่มุกที่เคี้ยวหนึบหนับ มีสารเคมีประเภท โพลีคลอริเนต ไบฟีนิล หรือ PCBs (Polychlorinated Biphenyls หรือ PCBs) ที่ก่อมะเร็งปนอยู่ด้วย ทั้งนี้แม้จะมีการตรวจพบการเจือปนของ โพลีคลอริเนต ไบฟีนิล แต่ก็ยังไม่มีรายงานถึงอุบัติเหตุหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากชาไข่มุกใน ประเทศเยอรมนีแต่อย่างใด สำหรับสารเคมีประเภท โพลีคลอริเนต ไบฟีนิล เป็นสารที่ละลายน้ำได้น้อยแต่ละลายในไขมันได้ดี และสลายตัวได้ยากในสิ่งมีชีวิต เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์แล้วจะถูกขับออกได้บ้างทางอุจจาระ และปัสสาวะ ที่เหลือจะสะสมในร่างกายทีละน้อย จนเริ่มแสดงอาการของพิษเริ่มตั้งแต่คลื่นไส้ เหนื่อย เบื่ออาหาร เกิดตุ่มฝีที่ผิวหนัง เล็บคล้ำ ฯลฯ ไปจนถึงอาการขั้นร้ายแรง คือทำให้เกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธ์ ระบบภูมิคุ้มกัน และอาจทำให้เป็นมะเร็งในที่สุด   

  ไหนๆก็พูดถึงเรื่องชานมไข่มุกนี้แล้ว หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า มันทำมาจากอะไร ประวัติความเป็นมาของไอเจ้าชานมไข่มุกนี้มันมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง แล้วที่อื่นเค้ามีไหม วันนี้มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ ไปอ่านกันเลย >>>

 

ประวัติชาไข่มุกหรือชานมไข่มุก 

   

   ชานมไข่มุกมีต้นกำเนิดจากประเทศไต้หวัน  ชื่อภาษาจีนว่า “จูเจินหน่ายฉา” (珍珠奶茶zhēnzhū nǎichá) แปลตามตัวว่าชานมไข่มุกนั่นเอง แต่เดิมพ่อค้าแม่ขายในตลาดสดในไต้หวันได้นำแป้งมันสำปะหลังมาทำให้ชื้น แล้วนำตระแกรงมาล่อน จนกลายเป็นเม็ดสาคูสีดำขึ้นมา แล้วก็ลองนำมาต้มสุกเพื่อใส่ไว้ในชานม พอถึงฤดูร้อนก็ทำชานมเย็น แล้วก็ ใสเม็ดสาคูนี้ลงไป จึงทำให้เกิดที่มาของเครื่องดื่มยอดฮิต  

     ชานมไข่มุกในปัจจุบัน ในไต้หวันจะมีผู้ทำเม็ดสาคูนี้เป็นแทบทุก บ้าน ต่อมาลูกหลานของพ่อค้าแม่ขายในตลาดจึงนำสาคูนี้มาทำเป็นอุตสาหกรรมส่งออกขนาดเป็นธุรกิจพันล้านไปแล้ว ส่วนคนไทยเริ่มรู้จักชานมไข่มุกหรือชาไข่มุก อย่างแพร่หลายเมื่อ ปี พ.ศ. 2544 หรือเมื่อ 10 ปีก่อนนี่เอง ต่อมาชานมไข่มุกเริ่มนำมาใส่ในเครื่องดื่มชนิดอื่น แทนชา เช่น นม โกโก้ กาแฟ หรือใส่เยลลี่เพิ่มเติมลงไปในชานมไข่มุก

    มีผลวิจัยออกมาเตือน ว่าทานชานมไข่มุกแล้วเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง น้องๆหลายคนคงถอดใจเลิกกินเจ้าเครื่องดื่มประเภทนี้ และก็คงมีอีกหลายคนยังอดใจไม่ไหว เลือกที่จะทานต่อ อย่างไรก็ดี ก็ควรบริโภคต่อด้วยความระมัดระวังนะคะ  หันมาดื่มนมไทย นมวัวของบ้านเราก็ได้ค่ะ ปลอดภัย ไม่ต้องกังวล สุขภาพแข็งแรงแน่นอน ^^ 

ที่มาข้อมูล : http://historyclubsite.forumotion.com   www.mthai.com

ภาพจาก :     www.mthai.com

  
 




โดย Super Sine ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 9 ก.ย. 55 09:25 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 2,470 ครั้ง



เรื่องที่เกี่ยวข้อง