เทคนิคการสอบใบขับขี่รถยนต์

ลบ แก้ไข

สอบใบขับขี่รถยนต์มาที่ตลิ่งชัน28 มิถุนายน 2554
------------------------------------------------
เขียนเล่า จากประสบการณ์ที่ไปสอบมาเอง  แบบว่า  ไม่มีครูสอน  (ไม่ได้เรียนขับรถ)  และก็ไม่มีใครไปเป็นเพื่อนด้วย  (ฉายเดี่ยว)   หลังจากอ่านจากคำแนะนำของหลายๆ  ท่าน  ในเน็ต (ซึ่งต้องขอบคุณมากกกกก)  ก็เลือกไป  กรมขนส่งพื้นที่ 2  ถนนสวนผัก ซอย 4 เชตตลิ่งชันกทม นะครับ  เขาบอกว่า ง่ายหน่อย  ^^
ควรไปถึง ก่อน 8.00 น. นะครับ  เพราะ ในหนึ่งวันที่สอบเขาจะรับแค่ 80 คิว  (ผมไปวันอังคาร ไปถึง ประมาณ 7.40 ได้คิวที่ 66)  และก็เผื่อเวลาไว้นิดนึง  เพราะในซอยสวนผักเอง รถติดอยู่ครับ)  ถ้าเกิน 80 คิว  เขาจะให้มาสอบปฏิบัติ วันหลังครับ
หลักฐานที่ต้องใช้มี
-ใบรับรองแพทย์  (ต้องมีที่อยู่ของสถานประกอบการที่ออกใบรับรองด้วยนะครับ  ไม่งั้นจะใช้ไม่ได้  แต่ถ้าใครไม่มีไปขอที่ สวนผักคลีนิคที่อยู่ก่อนถึง สถานที่สอบได้ครับ  เสีย50 บาท)
-สำเนาบัตรประชาชน
-บัตรประชาชนตัวจริง
ขั้นตอน ที่ 1  พอไปถึง ขึ้นไปชั้น 2 เลี้ยวขวา ก็จะเจอเจ้าหน้าที่ยืนอยู่  บอกเขาว่า ทำบัตรใหม่  เขาจะให้กรอกแบบฟอร์ม 1 ใบ พร้อมกับ ระบุรายละเอียด  ชื่อ เบอร์โทร ประเภทรถที่สอบ  แล้วเราก็แนบพร้อม สำเนาบัตร ใบรับรองแพทย์และบัตรประชาชนตัวจริง  ต่อแถวยื่นให้เจ้าหน้าที่  เขาก็จะให้บัตรคิวมา (ซึ่งถ้าเกินคิวที่ 80 จะสอบได้แค่ภาคทฤษฎี ต้องมาสอบขับวันหลัง)
ขั้นตอนที่ 2 เดินเขาไปยื่นเอกสารที่ช่อง (รุ้สึกจะสิบ ถ้าจำไม่ผิด)  พอไปในห้องนี้  แนะนำว่า บอกเจ้าหน้าที่หน้าห้องก่อน ถ้าคิดจะเปิดประตูเข้าไปอาจโดนด่าได้    เขาจะมีบอกวิธีการสอบสมรรถภาพเบื้องต้น ในห้องนี้  
พอได้เข้าห้อง  ในห้องนี้เขาจะสาธิตการสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ได้แก่
- การทดสอบตาบอดสี    โดยเขาจะจิ้มสีแต่ละสี  ให้เราตอบ  (ตอบแค่ เขียว เหลือง แดง นะครับ)
- การทดสอบสายตาแนวกว้าง  เขาจะให้เราเอาหน้าไปจ่อแล้วก็ให้ใช้หางตามองสัญญาณไฟ 
- การทดสอบสายตาแนวลึก  จะมีแท่ง ตั้งสองแท่ง เลื่อนไปมา  ได้โดยแท่งนึงจะยึดอยู่กับที่  อีกแท่ง เลื่อนได้  เรามีหน้าที่เลื่อนให้พอดีกัน ก็ผ่านละ
- ทดสอบเหยียบเบรค กะคันเร่ง  อันนี้ชิลๆ  แนะนำให้กระทืบเบรคเลย  จะติดชัวร์  ^^
 
ขั้นตอนที่ 3  พอเสร็จแล้วถ้าผ่านหมดก็จะไปเข้าห้องอบรม และนั่งตามหมายเลขที่เขาให้ในตอนแรก  โดยจะมีเบอร์ติดที่เก้าอี้  ตรงนี้ ถ้าอยากสอบผ่าน  ตั้งใจฟังให้ดี  เพราะข้อสอบอยู่ในที่ๆ  อาจารย์สอนในห้องทั้งหมด  ถ้าเวลาเหลือ  ก็เปิดหนังสือที่เขามีให้อยู่แล้ว  ดูข้อที่มีคนขีด ๆ เอาไว้  ข้อสอบออกตามนั้นเป๊ะมากๆๆๆๆๆๆ  (ผมไม่เคยศึกษามาก่อนเลย ไปฟังและดูเอาตอนนั้น ก็สอบผ่าน)
ขั้นตอนที่ 4 เข้าสู่ห้อง E –exam  โดยในห้องนี้ให้ทำข้อสอบ 30 ข้อ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง  ข้อสอบก็จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ กฎจราจรต่าง ๆ รวมทั้ง ข้อห้าม ข้อบังคับต่าง  ที่อาจารย์สอนในห้องนะล่ะ ผมทำแค่ 10 นาทีก็เสร็จละ  พอกดส่งผล เครื่องจะตรวจให้เลย  และก็จะแจ้งว่าได้เท่าไร  ผม ได้ 28 จาก 30 J  ก็เป็นอันว่าผ่านเพราะเขาเอาเกณฑ์ที่ตั้งแต่ 23 ขึ้นไป   หลังจากผ่านก็เดินไปส่งข้อสอบ  จะได้ บัตรคิว เพื่อสอบขับรถภาคปฏิบัติตอนบ่าย  ผมได้คิวที่ 212  >-<
หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะให้พักและบอกให้ไปเจอที่ลานสอบ (อยู่ด้านข้าง)  ตอน 12.30  เพื่อฟังบรรยาย และดูตัวอย่าง 
 
ขั้นตอนที่ 5 สอบภาคปฏิบัติ  (ขับรถ)  หลังจากทานข้าวเสร็จ ก็ หลับไปตื่นนึงก่อน  เพราะยังไม่เที่ยง  และค่อยไปถึงศาลาที่รอก่อนสอบตอน เที่ยงครึ่ง (ร้อนมากกกกกกกกกกกกกกกกกและตื่นเต้นมากกกกกกกกกกก)  พอได้เวลา 12.30 เจ้าหน้าที่ก็จะเรียกเราไปดูสถานที่ เดินตากแดดกันไป  (แนะนำว่าควรพกร่มไป)  พอไปดู ก็คิดอยู่ในใจว่า “ง่ายจะตาย  ทำไมเจ้าหน้าที่บอกว่า ตกครึ่งผ่านครึ่ง “ พอบรรยายการสอบเสร็จก็จะมีคนมาสาธิตให้ดูว่าทำไงจะผ่าน  สอบทั้งหมด 3 ท่า ก็คือ 
(คำแนะนำ:การสอบปฏิบัติให้ใช้ความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่พึงทำได้ 1 กม. ต่อชั่วโมงได้ยิ่งดี  เพราะเวลาเกินเลี้ยวผิดหรือพลาดอย่างไร เราก็แก้ไขได้ทันชิล ๆ  ตอนผมสอบนี่ แตะเบรคตลอดเวลา เลยในการสอบท่าที่ 1-2 )
1. ขับรถมาแล้วก็เดินหน้าเข้าซอง  และก็ถอยหลังออกจากซอง  ชิลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก   ห้ามให้รถหยุด แต่ใช้ความเร็วแบบต่ำสุดดดดดดดดได้
 
2. จอดชิดฟุตบาท ไม่เกิน 25 ซม  และไม่ให้ส่วนหน้ายื่นเลยเส้นขาว (เส้นหยุดรถ)   ตรงนี้มีข้อแนะนำมาเสนอ  อีก  เพราะคนตกกันอย่างเยอะ  วิธีการทำให้ผ่าน  (แบบมือใหม่และไม่มีคนสอน คือผมไม่ได้ไปเรียนขับรถ  ขับเอาเอง กะเอาเองหมด)
- ใช้ความเร็วให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
- พอไปถึงสถานที่จะมีให้เราจอดรอก่อนจะเลี้ยวซ้ายไปเพื่อจอดชิด  ตอนนำรถมารอตรงนี้  ให้พยายามเบี่ยงมาชิดขวามาก ๆ ๆ  เวลาเลี้ยวซ้ายจะมีพื้นที่เยอะไง
- พอเลี้ยวซ้ายปุ๊บ  ถ้าเก่งแล้วก็คงขับมาให้ชิดและกะได้พอดี  สำหรับท่านที่ไม่เก่ง  (เช่นผม) ให้ขับมาแบบช้ามาก ๆ โดยพยายามเบี้ยงเข้าซ้ายเป็นแนวเฉียง ๆ พอตรงนี้  เวลาล้อชนกะ ฟุตบาท เราจะรู้สึกได้ทันที  พอทันทีที่เรารู้ว่าล้อชนฟุตบาท ให้หักพวกมาลัยออกขวานิดเดียว  นิดเดียวจริง ๆ นะ  ไม่งั้นมันจะห่างจากฟุตบาทเกินไป   (ผมกลัวว่ารถจะห่างจาก ฟุตบาทเกิน 25เซน  ก็เลยยอมให้ล้อด้านข้างไถไปกะฟุตบาท นิด ๆ ซึ่งจะเป็นหลักประกันได้ว่า เราไม่ห่างเกิน 25เซนติเมตรแน่นอน
ที่นี่  มีอีกส่วนที่ต้องระวังหลังจากชิดได้แล้ว  คือ  อย่าให้เกิน เส้นหยุด   สังเกตง่ายมาก  ตอนหยุดรถ ให้เราหยุดตรงตำแหน่งที่คนขับ (ตัวเรา)  ตรงกับตำแหน่งที่ผู้คุมสอบนั่งรถเรา  หน้ารถของเราก็จะไม่เกินเส้นหยุดรถ  (อยู่ระหว่างเส้นขาวกะเส้นแดง) 
เท่านี้ก็ผ่านฉลุย  ^0^
3. ขับตามกฎจราจร  ก็เหลือแค่ขับตามป้ายที่เขาบอก  ตรงนี้ก็มีที่ระวัง แค่  ให้หยุดรถตามป้ายที่เขาบอก (มีคนตกเพราะไม่หยุดรถตามจุดที่บอกด้วยนะ)   และเปิดไฟเลี้ยวตามป้ายจราจร  (มีที่ให้เลี้ยว 4 ที่ ซึ่งง่ายมากๆ ๆ )  ตรงนี้เหยียบคันเร่งได้ตามอัธยาศัย 
4. เอารถไปจอดและเดินรับผล “ผ่าน “ พร้อมคืนบัตรคิว  และก็เดินกลับมาที่ศาลา เพื่อบันทึกผล  และก็นำเอกสารขึ้นไปชั้น 2    (จุดที่เรามารับบัตรคิวตอนเช้า) เพื่อจ่ายตังค์ 205 บาท พร้อมถ่ายรูป  ติดบัตร  เป็นอันเสร็จกิจ  กลับบ้านชิล ๆๆ
แผนผังสนามสอบคร่าวๆ ก็มี

UploadImage


วีดีโอสาธิต
http://www.youtube.com/watch?v=jmWmEGDyprg
 
จากประสบการณ์ตรงล้วน ๆ แบบไม่มีพี่เลี้ยง ไม่มีครู  ^^'
 




โดย tirama ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 30 มิ.ย. 54 11:25 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 144,237 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 144,237 ครั้ง ตอบ 2 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย piranta Foryouxi
IP : 118.174.48.***
สอบใบขับขี่ไม่ยากเลย
ไปอ่านข้อมูลต่อได้ที่นี่
http://คู่มือสอบใบขับขี่.blogspot.com/
ลบ แจ้งลบ
โดย piranta Foryouxi
IP : 118.174.48.***
ไปสอบมาแล้วครับ
http://คู่มือสอบใบขับขี่.blogspot.com/

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องล่าสุด




advertisement