เพราะโลกนี้คือเรื่องเล่า 32 ปี กับ 1,460 วัน

ลบ แก้ไข
ตอน : 32 ปี กับ 1,460 วัน
           
ผมเพิ่งกลับมาจากการไปเจอเพื่อนเก่ามาครับ เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมา 32 ปี พูดให้ถูกคือ ‘เรา’ รู้จักกันมาตั้งแต่เกิด เพราะบ้านเราอยู่ติดกันย่านวงเวียน 22  ผมเกิดและเติบโตที่นี่ครับ ไม่ใช่เวลาน้อยๆเลย ปัจจุบันก็ยังติดต่อกันอยู่
             
ระยะเวลากว่า 1,460 วัน (4 ปี) ที่ ‘เรา’ ไม่ได้มาเจอกัน ต่างคนต่างมีภาระหน้าที่การงาน และมีคนรักของตัวเอง  หลายๆครั้งที่พูดคุยกันทางโทรศัพท์ ผมมักพูดขึ้นลอยๆก่อนวางสายว่า “ไว้นัดเจอกันนะ” แต่ก็เป็นผมเอง ที่รับปากเลื่อนลอยผัดวันประกันพรุ่งอยู่ตลอด
           
วันนี้ ‘เรา’ นัดเจอกันที่ห้างทันสมัยย่านพระราม 3 ครับ ทันทีที่ได้พบเจอ ช่วงแรกรู้สึกเคอะเขินยังไงบอกไม่ถูก แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิบนาทีเท่านั้น ความรู้สึกเดิมๆ เริ่มค่อยๆกลับมา...

...ผมเริ่มเปิดฉากคุย (โม้) อัพเดทชีวิตให้เธอฟัง เธอฟังอย่างเพลิดเพลิน ราเมงในชามค่อยๆหมดไป เธอพยักหน้าเหมือนเข้าใจ กิริยาท่าทางเห็นด้วยในสิ่งที่ผมพูด  ผมมีเรื่องเล่ามากมายมหาศาล  ความรู้สึกทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เสมือนว่าเพิ่งจากกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ‘เรา’ ยังคงติดต่อสื่อสารกันบ้าง ประมาณปีละ 4-5 ครั้ง และ 2 ใน 5 ครั้ง เป็นการอวยพรวันเกิดให้แก่กันและกัน  อีก 3 ครั้ง เป็นการทักทาย ให้ระลึกถึงกันว่า “ฉันยังไม่ลืมแกนะ”
           
‘มิตรภาพของเพื่อน’เป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่า ‘มิตรภาพของแฟน’เพราะเพื่อนไม่เคยเรียกร้องเวลาในการพบเจอ และทุกครั้งที่ได้กลับมา ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่ความสัมพันธ์จะยั่งยืนได้นั้น เราต้องจริงใจต่อกัน ช่วยเหลือกันเท่าที่จะช่วยได้ ไม่เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน
           
ในขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ ผมยังคิดไม่ออกเลยว่า จะมีสิ่งใดที่ทำให้มิตรภาพของเราขาดจากกันได้  ความตายเท่านั้นคงเป็นคำตอบของคำถามนี้  เวลาที่เพื่อนทุกข์ไม่ต้องถามว่าจะให้ช่วยอะไร ลบคำว่าปฎิเสธโยนทิ้งออกจากหัวใจ  

และถ้าหากคุณผู้อ่านมีมิตรภาพเช่นนี้อยู่ ขอให้รักษามันไว้ให้ดี  มีน้ำใจกัน, ช่วยเหลือกัน, แบ่งปันกัน, ไม่เอาเปรียบกัน และไม่ยืมเงินกัน (ข้อหลังนี้สำคัญ) แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอ ที่จะเป็นเกราะป้องกันได้เป็นอย่างดีครับ

ก่อนแยกจากกันเพื่อนผมบอกว่า “คราวหน้าหวังว่า คงไม่ต้องรอให้ถึง 4 ปี แล้วค่อยมาเจอกันนะ” พร้อมรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้าเธอ จากนั้นเธอก็เดินหายเข้าไปในประตูเหล็ก (ลิฟท์) ประตูค่อยๆปิดลง ภาพผมสะท้อนที่หน้าประตู  ผมเห็นใบหน้าผม ก็มีรอยยิ้มเช่นกัน
 
ต้นกล้า 12/10/57 

เพราะโลกนี้คือเรื่องเล่า


 
               
 

loading...


โดย ปริญ บุญภูพิพัฒน์ ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 12 ต.ค. 57 20:54 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 315 ครั้ง

แชร์หน้านี้

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 315 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง