บ่อเกิดของวรรณกรรม

ลบ แก้ไข

บ่อเกิดของวรรณกรรม

บ่อเกิดของวรรณกรรม
        ม.ล. ตุ้ย ขุมสาย (2516 : 50-54) ได้แสดงความคิดเห็นว่า จุดเริ่มต้นของวรรณกรรมอยู่ที่สิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมถือเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้ผู้ประพันธ์เกิดอารมณ์ ความรู้สึก แล้วก่อตัวขึ้นเป็นมโนภาพแต่โดยนิสัยของนักประพันธ์ เขามักเกิดแรงบันดาลใจที่จะถ่ายมโนภาพนั้นไปให้ผู้อื่นได้รับทราบด้วย จึงเกิดวรรณกรรมขึ้น
        บรรจง บรรเจอดศิลป์ (2524 : 7) กล่าวว่า ที่กำเนิดแห่งศิลปและวรรณกรรมนั้น คือชีวิตที่เป็นจริงของมนุษย์ คือ สิ่งที่ตั้งอยู่บนฐานแห่งการคลี่คลายขยายตัวทางเศรษฐกิจของสังคม คือผลงานประวัติศาสตร์ทั้งหมดของโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หรือกล่าวย่อ ๆ ก็คือ ความเป็นจริงทางภววิสัย (Objective Reality) ของมนุษย์นั่นเองเป็นแหล่งกำเนิดแห่งศิลปและวรรณกรรม
        บำรุง สุวรรณรัตน์ และชูศักดิ์ เอกเพชร (2523 : 18-22) ได้กล่าวถึงบ่อเกิดของวรรณกรรมไว้หลายลักษณะดังนี้ คือ
        1. วรรณกรรมที่เกิดขึ้นเพราะแรงกระตุ้นทางธรรมชาติ ได้แก่ บทชมธรรมชาติ ชมปลา เหล่านี้เป็นต้น ทางประเทศตะวันตกมีงานเขียนที่เกิดขึ้นเพราะแรงกระตุ้นทางธรรมชาติโดยเฉพาะ เช่น
นวนิยาย "ฤดูหนาวอันยาวนาน" ของ ลอรา อิงกัลส์ ซึ่งสุคนธรส แปลเป็นภาษาไทย
        2. วรรณกรรมที่เกิดขึ้นจากปัจจัยทางศาสนาและปรัชญา ที่เขียนขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือในการสอน
ศาสนาโดยตรง เช่น พระปฐมสมโพธิกถา ทศชาติชาดก มหาเวสสันดรชาดก นันโทปนันทสูตรคำหลวง พระมาลัยคำหลวง เป็นต้น
นอกจากนี้ในยุคที่ศีลธรรมเสื่อม กวีก็มักเสนอผลงานออกมาในเชิงเตือนสติให้คนหันมาคำนึงถึงศีลธรรม ชี้โทษแห่งอบายมุขและพระภิกษุสงฆ์ที่ประพฤติผิดวินัย ดังจะเห็นได้จากงานเขียนบางบทใน "ฤาสมัยนี้โลกมันเอียง" "ดาบที่หมกอยู่ในจีวร" "บังอบายเบิกฟ้า" เป็นต้น
        3. วรรณกรรมที่เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยทางวรรณกรรมด้วยกัน ข้อนี้หมายความว่า เมื่อกวีหรือนักเขียนได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวจากวรรณกรรมเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว ก็เกิดแรงบันดาลใจให้ผลิตผลงานสืบเนื่องต่อมา อาจออกมาในรูปของการแปล การนำเค้าเรื่องมาดัดแปลงแล้วรจนาขึ้นใหม่หรือคิดสืบเนื่องต่อออกไปเป็นวรรณกรรมเรื่องใหม่ เช่น รามเกียรติ์ อิเหนา รุไบยาต พันหนึ่งทิวา เป็นต้น
        4. วรรณกรรมที่เกิดขึ้นจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวกับชีวิต ข้อนี้อาจถือเป็นเหตุปัจจัยอันยิ่งใหญ่ เพราะชีวิตย่อมประกอบขึ้นด้วยประสบการณ์รอบด้าน ทั้งความดี ความชั่ว ความรัก ความชัง ความสมหวัง ความผิดหวัง ฯลฯ
เรื่องราวของชีวิตนี่แหละเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดวรรณกรรมได้อย่างดีที่สุดดังจะเห็นได้จากวรรณกรรม และวรรณคดีทุกเรื่องที่จะละเลยในการกล่าวถึงวัฏจักรของชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ แล้วเป็นไม่มี
        5. วรรณกรรมที่เกิดขึ้นเพราะความผันผวนทางการเมืองและสังคม เช่น "ปีศาจ" ของเสนีย์ เสาวพงศ์ "สี่แผ่นดิน" ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนขึ้นจากสภาพที่กลุ่มบุคคลชั้นเจ้าขุนมูลนายต้องมีอาการคลอนแคลนด้านสถานภาพทางสังคมและกลุ่มชนชั้นกลางจะขึ้นมามีอำนาจแทน "ไผ่แดง" ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนขึ้นจากสภาพการต่อสู้ของความคิดทางการเมือง ระหว่างค่ายเสรีนิยมกับค่ายสังคมนิยม "แม่" ของแมกซิม กอร์กี้ เขียนขึ้นจากสภาพการรวมกลุ่มของชนชั้นกรรมาชีพ เพื่อเป็นพลังต่อสู้และต่อรองกับฝ่ายนายทุน "เรื่องจริงของอาคิว" ของหลู่ซิ่น เขียนขึ้นจากสภาพชีวิตของคนจีนส่วนหนึ่งที่ยากจนค่นแค้น ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่กลับถูกรับบาปซึ่งผู้มีอำนาจโยนให้
นอกจากนี้ ถ้าพิจารณาดูวรรณคดีเก่า ๆ ของไทยที่เกิดขึ้นจากปัจจัยทางการเมือง และสังคม หรือเรียกรวม ๆ กันว่า "ปัจจัยทางประวัติศาสตร์" ก็มีไม่น้อย เช่น ลิลิตยวนพ่าย ลิลิตตะเลงพ่าย สามกรุง บทเสภาพระราชพงศาวดาร เป็นต้น
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดวรรณกรรม นั้นตามความเป็นจริงแล้ววรรณกรรมเรื่องหนึ่ง ๆ มิได้เกิดจากเหตุปัจจัยเดียว หากมีแรงกระตุ้นจากหลายทิศหลายทาง ผสมปนเปกันไป วรรณกรรมเรื่องหนึ่ง ๆ จึงมีหลายรสหลายชาติ อุดมไปด้วยเหตุการณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ อุดมไปด้วยความคิดทางปรัชญา ศีลธรรมสภาพทางการเมืองและสังคม ที่ได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นวรรณกรรม พร้อมกับได้เขียนเป็นแผนภูมิที่แสดงถึงบ่อเกิดของวรรณกรรมได้ดังนี้


        สำหรับ ดวงใจ ไทยอุบุญ (2540 : 187-188) ได้กล่าวถึงบ่อเกิดของวรรณกรรมไว้แตกต่างกันดังต่อนี้ไปนี้
        1. เกิดจากการชื่นชมและเทิดทูนวีรบุรุษ คิดว่าบรรพบุรุษของตนมีความเก่งกล้าสามารถเกิดความภาคภูมิใจ จึงต้องการที่จะยกย่องเชิดชู และให้คนรุ่นลูก รุ่นหลานได้รู้จักบรรพบุรุษของตน โดยได้นำเรื่องราวหรือเหตุการณ์นั้น ๆ มาแต่งขึ้นเป็นเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ ดังเช่น ลิลิตยวนพ่าย ลิลิตตะเลงพ่าย สามกรุง เป็นต้น
        2. อิทธิพลทางศาสนา ศาสนามีอิทธิพลต่อจิตใจคน เป็นหลักยึดปฏิบัติในการดำเนินชีวิตโดยเฉพาะเมื่อมีคนหมู่มาก ศาสนาจะเป็นเครื่องโน้มเหนี่ยวใจให้คนเรามีศีลธรรมประจำใจและอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก กวีจึงได้นำคำสั่งสอนหรือพุทธปรัชญามาแต่งขึ้นเพื่อสอนใจประชาชน เช่น สุภาษิตพระร่วง ไตรภูมิกถาหรือมหาชาติคำหลวง กาพย์มหาชาติ เป็นต้น
        3. เกิดจากกวีต้องการบันทึกเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตน ให้ชนรุ่นหลังได้ทราบทั้งทางด้านวัฒนธรรมประเพณี การศึกษา ประวัติศาสตร์ หรือความนึกคิดของคนในสมัยนั้น ๆ เช่น จินดามณี พระราชพิธีสิบสองเดือน นิราศเรื่องรบพม่าที่ท่าดินแดง เป็นต้น
        4. เกิดจากการถ่ายทอดวัฒนธรรมระหว่างชาติ ที่ทำให้เราได้รู้จักเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีของชาติอื่น ๆ ซึ่งได้แก่ เรื่องแปลจากต่างประเทศ เช่น สามก๊ก
เวนิสวานิช นิทานเวตาล เป็นต้น หรือเรื่องที่แต่งขึ้นจากประสบการณ์ตรงของผู้แต่ง ที่ได้มีโอกาสไปเห็นไปสัมผัสกับวัฒนธรรมต่างชาติ เช่น นิราศลอนดอน สามกรุง เป็นต้น
        5. เกิดจากอารมณ์หรือความรู้สึกของกวี ซึ่งอาจเกิดจากประสบการณ์ของกวี ทำให้มีแรงบันดาลใจที่จะถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาเป็นเรื่อง เช่น อารมณ์รัก อารมณ์โศก เคียดแค้น โกรธ ดังเช่น
วรรณคดีที่เรารู้จักกันดี คือ มัทนะพาธา นิราศนรินทร์ กำศรวลศรีปราชญ์ เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า บ่อเกิดของวรรณกรรมเกิดขึ้นจากหลาย ๆ สาเหตุด้วยกัน และวรรณกรรมเรื่องหนึ่ง ๆ อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุก็ได้


ที่มา : พงษ์ศักดิ์  สังขภิญโญ

 




โดย gogo ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 2 มี.ค. 51 00:36 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 27,769 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 27,769 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง