กฏหมายตราสามดวง

ลบ แก้ไข

กฏหมายตราสามดวง

 กฏหมายตราสามดวง

ตราขึ้นสมัยรัชกาลที่ 1 แต่ว่าจริงๆ คือกฏหมายของกรุงศรีอยุธยาชำระใหม่ เพราะพระอัยการต่างๆ บัญญัติด้วยกษัตริย์อยุทธา และศักราชที่ปรากฏในพระอัยการเป็นสมัยอยุธยา

ตราสามดวงคือ
(1) ตราพระราชสีห์ - สมุหนายก
(2) ตราพระคชสีห์ - สมุหพระกลาโหม
(3) ตราบัวแก้ว - เจ้าพระยาพระคลัง

อาศัยคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ มี 29 ลักษณะคือ:
1 - พระธรรมศาสตร์
2 - หลักอินทภาษ: ตุลาการต้องไม่มีอคติ 4 ประการ - ฉันทาคติ (รัก), โทษาคดิ (โกรธ), ภยาคติ (กลัว) และ โมหาคติ (หลง)
3 - กฏมณเฑียรบาล
4 - พระธรรมนูญ
5 - พระอัยการกรมศักดิ์
6 - พระอัยการตำแหน่งนาพลเรือน
7 - พระอัยการตำแหน่งนาหัวเมือง
8 - พระอัยการบานแผนก
9 - พระอัยการลักษณะฟ้อง
10 - พระอัยการลักษณะพยาน
11 - ลักษณะพิสูจน์ดำน้ำลุยเพลิง
12 - พระอัยการลักษณะตระลาการ
13 - พระอัยการลักษณะอุทธรณ์
14 - พระอัยการลักษณะผัวเมีย: ชายมีภรรยาได้หลายคน (เมียกลางเมือง เมียกลางนอก เมียกลางทาษี) การสมรส ชายต้องไม่เป็นภิกษุ ต้องไม่เป็นญาติ หญิงหม้ายต้องเผาศพสามีเดิม บิดามารดาหรือผู้เป็นอิสระแก่ฝ่ายหญิงยินยอมยกหญิงให้เป็นภรรยาโดยหญิงนั้นยินยอมด้วย และ ชายหญิงทั้สองฝ่ายได้กินอยู่หลับนอนโดยมีเจตนาเป็นสามีภรรยากัน แล้วอำนาจอิสระ (อำนาจปกครอง) ก็จะโอนไปสู่สามี การหย่ากันเป็นไปได้ด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย หรือถ้าชายทิ้งร้างไปตามเวลากำหนด/ล่วงเกินพ่อตาแม่ยาย/คบหาโจรผู้ร้าย/ทำผิดทัณฑ์บน แล้วหญิงคืนสินสอดทองหมั้น ขันหมาก ทุนทรัพย์ถือว่าขาด หรือถ้าชายโกรธหญิงเก็บสินเดิมและสิ่งของลงจากเรือนฟันเสาเรือนหญิงจากไปเพียงหนึ่งวันถือว่าขาด ถ้าชายเอาใจออกหากยักย้านสินเดิม สินสมรสไปให้ส่งทรัพย์สินคืนและแบ่งปันตามกฏหมายแล้วก็ขาดจากการเป็นสามีภรรยา ถ้าชายไปบวชทรัพย์เป็นของหญิง
15 - พระอัยการลักษณะทาษ
16 - พระอัยการลักษณะลักพา
17 - พระอัยการลักษณะมรดก: สำหรับชายหรือหญิงโสดให้แบ่งเป็น ภาคหลวง (ถ้ามีศักดิ์นามากกว่า 400 ไร่และไม่เป็นพราหมณ์ หรือมีบำเน็จ) ภาคบิดามารดา ภาคภรรยา (เฉพาะฝ่ายชายและยังมีภรรยาอีก 2 ชั้นคือภรรยาอันทรงพระกรุณาพระราชทานให้ และ ภรรยาอันทูลขอพระราชทานให้) และ ภาคญาติ; สำหรับหญิงมีสามีส่วนใหญ่ยกสินเดิมให้ญาติพี่น้อง ยกเว้นสินสมรสแล้วแต่กำหนด
18 - พระอัยการลักษณะกู้หนี้: ห้ามมิให้บุตรฟ้องบิดามารดาเรียกคืนหนี้อันเกิดจากการกู้ยืม บุตรเขยหรือสะไพ้ (เขียนแบบโบราณ) จะฟ้องก็ได้แต่ถือเป็นคนอุทลุม (ไม่รู้คุณคน) ก็ให้ฟ้องได้แต่เงินต้นเท่านั้น
19 - พระอัยการลักษณะเบ็ดเสร็จ
20 - พระอัยการลักษณะวิวาทด่าตีกัน: กำหนดโทษตามความร้ายแรงของสิ่งที่ใช้และส่วนของร่างกาย รวมถึงการดูหมิ่น ยกเว้นโทษการทำร้ายร่างกายมิถึงสาหัสระหว่างเครือญาติ เด็กอายุ 7 ขวบคนชราอายุ 70 ปี และคนวิกลจริต
21 - พระอัยการลักษณะโจร: องค์โจร (กระทำเอง ใช้ให้ผู้อื่นทำ สั่งสอนให้ลัก) และ สมโจร (ผู้ให้ที่อยู่โจร ผู้เป็นเพื่อนโจร ผู้สมรู้ร่วมคิด ผู้ป้องกันกำบัง ผู้กินอยู่สมเลกับโจร - รับโทษกึ่งหนึ่งขององค์โจร) แบ่งความผิดเป็น 16 ฐาน (ปล้น ย่องสดมภ์ ภัย ตีชิง ฉกฉวย ซุ่มซ่อน ล้วงลัก ลักเลียม สาธารณโจร นิลัมภรโจร วิสาสคาหโจร สรรพโจร ปัฐทูสะกะโจร ทามริกโจร สารโจร และ ดัสกรโจร)
22 - พระอัยการลักษณะอาญาหลวง: กำหนดโทษ 10 สถาน (ฟันคอ ตัดมือตัดเท้า ทวนด้วยลวดหนังหรือไม้หวาย ปรับไหม 4 เท่าแล้วเอาตัวลงหญ้าช้าง ให้ไหมตรีคุณแล้วเอาตัวออกจากราชการ ให้ไหมลาหนึ่งแล้วให้ใช้ของๆ เขา ให้ตัดปากแหวะปากเอามะพร้าวห้าวยัดปาก ให้ภาคทัณฑ์บน และ กดอุเบกขาเรียกประกันทัณฑ์บน); ห้ามหญิงไทยสมรสกับคนต่างด้าว; ห้ามค้ากำไรเกินควร และ ไม่มีผลย้อนหลัง
23 - พระอัยการลักษณะอาญาราษฏร์
24 - พระอัยการลักษณะขบถศึก
25 - กฏพระสงฆ์
26 - กฏ 36 ข้อ
27 - พระราชบัญญัติ
28 - พระราชกำหนดเก่า
29 - พระราชกำหนดใหม่

แก้ไขล่าสุดโดย borirak เมื่อ 28/7/2550 1:07:57

 




โดย gogo ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 2 มี.ค. 51 00:57 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 30,580 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 30,580 ครั้ง ตอบ 1 ครั้ง)

ลบ แจ้งลบ
โดย Chakree Wongphun
IP : 203.172.236.***

อยากด้ายแผนที่กรุงธนบุรีจังเย้ย

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง