ลงแขก.......เกี่ยวข้าว ประเพณีที่กำลังจะเลือนหายจากสังคมไทย

ลบ แก้ไข

 ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ประเพณีที่กำลังจะเลือนหายจากสังคมไทย 
..::  ประเพณีแห่งความเอื้ออาทรของคนไทย  ::..

วันนี้โทรไปหาแม่ แม่บอกว่าตอนนี้กำลังเกี่ยวข้าวอยู๋

ก้อเลยเป็นที่มาของเรื่องวันนี้ มารู้จักการลงแขกเกี่ยวข้าวกันเถอะ

ช่วงนี้อิสานบ้านเฮาก็ย่างเข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวชาวนา ก็สิเริ่มเข้าสู่ฤดูการเก็บเกี่ยว ประเพณีอิสานบ้านเฮาอีกย่างหนึ่งคือประเพณี ลงแขกเกี่ยวข้าว หรือ การหา ,การวาน,เพื่อมาช่วยกัน โดยไม่มีค่าจ้าง ลักษณะสิเป็นการแสดงนําใจ ในการช่วยเหลือกัน ซึ่งชาวนาอิสานสิหมุนเวียนช่วยกันไปเรื่อยๆ หลังจากช่วยคนหนึ่งเสร็จ วันต่อไปก็ไปช่วยอีกคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าของที่นาหลังจากเพื่อนบ้านมาช่วยแล้วก็ สิแต่ งสําหรับ กับข้าว เหล้าไห ไก่ตัว บางที่ก็ร้องรํา ทําเพลงม่วนชื่นกันไปหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้ง วัน เป็นการสังสรรค์ต่างตอบแทน ที่มาช่วยเหลือ ซึ่งการกระทําในลักษณะนี้ ยุควัตถุนิยมสิหาดูยากมาก ทุกวันนี้สิมีแต่การจ้าง ใช้เงินเป็นหลัก บ่อคือรุ่นก่อน สิช่วยกันด้วยใจจริง
      คนอีสานส่วนใหญ่ จะเป็นผู้มีน้ำใจไมตรี ดังนั้นในการทำกิจการ งานใดๆ ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเพราะทุกคนต่างมีน้ำใจให้กันและกัน ช่วยงานกันคนละมือละไม้ใช้เวลาไม่นานงานก็สำเร็จลุล่วงไปได้สมปรารถนา การทำงานแบบนี้ คนอีสานเรียกว่า "ลงแขก" การลงแขกในภาคอีสานก็คือการบอกกล่าวขอแรงบรรดาญาติสนิทมิตรสหาย ให้มาช่วยทำงานนั่นเอง งานที่จะลงแขกกันนั้นอาจจะเป็นงานส่วนรวมหรืองานส่วนตัวก็ได้ สำหรับงานส่วนตัวนั้นส่วนมากมักจะเป็นงานใหญ่สุดกำลังคนในครอบครัวจะทำได้ หรืออาจจะเป็นงานหนักแต่จำเป็นต้องทำให้เสร็จภายในวันเดียว จึงต้องบอกกล่าวให้ญาติพี่น้องเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือเพื่อให้งานเสร็จสิ้นไปงานที่มักลงแขก เช่น การลงแขกทำนา ซึ่งมีการลงแขกดำนา ลงแขกเกี่ยวข้าว ลงแขกตีข้าว (นวดข้าว) ลงแขกสร้างบ้าน ลงแขกขุดมัน ลงแขกลอกปอ เป็นต้น
-การลงแขกทำนา ด้วยการทำนาเป็นงานหนักและในรอบปีหนึ่งต้องใช้ แรงงานมากถึง 4 วาระด้วยกันคือช่วงการดำนา การเกี่ยว การตี และเอาข้าวขึ้นเล้า ดังนั้นการทำงาน ทุกๆ ระยะ ส่วนมากจะใช้วิธีการลงแขก อาศัยแรงจากญาติพี่น้องเพื่อนบ้านมาช่วยกัน เมื่อลงแขกในนาตนเสร็จก็เปลี่ยนไปลงแขกนาของคนอื่นๆ ต่อไปเป็นการตอบแทน ซึ่งเป็น การแสดงน้ำใจที่มีให้กันและกัน โดยเฉพาะในปัจจุบันลูกหลานคนหนุ่มสาวไปทำงานต่างถิ่น ปล่อยให้พ่อแม่และคนแก่อยู่บ้าน การลงแขกจึงยังมีความจำเป็นสำหรับชาวร้อยเอ็ด
-การลงแขกสร้างบ้าน การลงแขกขุดมัน การลงแขกลอกปอ ก็จะมีลักษณะ การทำงานเช่นเดียวกับ การลงแขกทำนาคือคนที่เป็นเจ้าของงานจะไปบอกกล่าวญาติมิตร และ เพื่อนบ้านให้ทราบว่าตนจะทำอะไร และขอแรงเขามาช่วยงาน จะต้องการแรงงานมากน้อยเพียงใด ก็บอกกล่าวไปตามจำนวนที่ต้องการ นัดกำหนดวันที่จะทำงาน
ในการลงแขกฝ่ายเจ้าบ้านจนเป็นฝ่ายตระเตรียมอาหารการกินไว้ให้พร้อมบริบูรณ์ มิให้ขาดตกบกพร่อง เป็นอาหารที่มีคุณค่า ทั้งปริมาณก็มากพอเพียง และต้องเป็นอาหารพิเศษ เช่น ลาบ ตำบักฮุ่ง(ส้มตำ) ปิ้งไก่ ต้มไก่ เป็นต้น

การลงแขกเกี่ยวข้าว

การรับประทานอาหารร่วมกันหลังการลงแขกเกี่ยวข้าว

 

ขณะทำงาน คณะลงแขกจะทำงานไปพูดคุยกันไป และมีการจ่ายผญา สลับกับ การเล่านิทานก้อม เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศให้สนุกสนานครื้นเครงและผ่อนคลายความเหนื่อยล้าเวลาทำงาน เมื่อทำงานเสร็จแล้วก็ต่างแยกย้ายกันกลับไป การลงแขกถือได้ว่าเป็นประเพณีที่ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาชาวบ้านที่สำคัญของชาวร้อยเอ็ดที่นำมาใช้ เพื่อให้คนได้แสดงความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และยังแสดงถึงกุศโลบายในการที่จะสร้างความรัก ความสามัคคีกลมเกลียวกันของคนในสังคมอีกด้วย
หนุ่มสาวสนุก สนานหยอกล้อกันไปดูแล้วก็หายเหนื่อย

เหลืองอร่ามเป็นผลผลิตของเหล่าชาวนาเกี่ยวข้าวล้มปวดหลังเป็นตาหน่าย อิอิๆๆทุ่งข้าวสีทอง

กำลังขมักเขม้นเกี่ยวข้าวกัน

นี้คือสิ่งที่ได้มา และรอการนวด เพื่อเก็บขึ้นเล้า

คือประเพณีที่กำลังจะเลือนหายนี้ละไปจากสังคมไทย

เพราะหลายต่อหลายอย่างถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรกลทันสมัย

แต่ก่อนการไถนาต้องใช้วัว ควาย แต่ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยควายเหล็ก

เพราะมันทำงานได้เร็วกว่าวัว ควายหลายเท่า วัวควายมันทำงาานได้เฉพาะตอนเช้าถึงสายเท่านั้น

เพราะหลังจากนั้นมันจะหงุดหงิดไม่ยอมทำตามคำสั่ง

ต้องปล่อยมันไปแช่โคลนหรือปลัก นี้คือข้อเสียของควาย

แต่ก่อนใช้วิธีลงแขกของคนในหมู่บ้าน ช่วยเหลือกัน

แต่ตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่หันไปใช้รถเกี่ยว หรือ รถสีข้าวกันหมดแล้ว หรือไม่ก้อจ้าง

ด้วยค้าจ้างที่แสนจะแพง เหตุผลเพราะมันรวดเร็ว เสร็จเร็ว

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าวกำลังจะเลือนหายไปจากสังคมไทย

หากไม่ช่วยกันรักษาไว้สักวันมันคงหายไปแน่ๆ

ความทรงจำในสายลมหนาว

        กระต๊อบกองฟาง คืออาณาจักรแห่งความอิสระน้อย ๆ ที่อบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม และระคายฟาง การได้ไปนอนกับพ่อตอนกลางคืนเป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะมันจะมีเรื่องเล่าต่างๆๆมากมาย พร้อมกับแสงนวลของตะเกียงเจ้าพายุที่ส่องนำทางเรา แสงมันสวยมากตอนกลางคืน

      พุดทรา รสชาดฝาดหวาน คือผลไม้ยืนต้น ที่ดกเหลืองแดงพราวผลเต็มต้นให้ลิงตัวน้อยได้ขึ้นขย่มเขย่า แล้วใส่ถุงกลับมาแบ่งกันกินในบ้าน ที่นามีต้นหนึ่ง ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะวิ่งไปเก็บมันแข่งกับคนอื่น

    ว่าวปักเป้าหางยาว เริงร่า เผ่นโผน เหนือท้องฟ้ากว้าง เรียกรอยยิ้มได้หลังเหนื่อยหอบขณะวิ่งปล่อยสายป่านไปตามเส้นคันนา ต้องใส่คันธนูไปด้วยเสียงจะดังเพราะมากเลย ตอนกลางคืนลมแรงๆๆเสียงจะดังกังวานเพราะมากเลยละ

      ข้าวเม่า ปกติจะทำก่อนเกี่ยวข้าวตอนที่มันกำลังเขียวๆๆ ถ้าวันไหนมีการทำข้าวเม่าแล้วละก็ มันเป็นวันที่สนุกมากทีเดียวเลยละ เพราะยาย กะพ่อ จะตื่นกันแต่เช้าไปเกี่ยวข้าวมา

พร้อมกับการปลุกให้เราให้มาออกแรงปั่นกรงล้อจักยานให้ เพราะต้องทำให้เม็ดข้าวหลุดออกจากรวงโดยเอารวงถูกับกรงล้อที่หมุน ก้อจะได้เม็ดข้าวออกมา หลักจากนั้นก้อจะเอาไปคั่วก่อน กลิ่นตอนที่คั่วเป็นกลิ่นที่หอมมากเลยเพราะมันยังสดๆๆอยู่ หลักจากนั้นก้อจะทำโดยใช้ครกมอญ โดยการออกแรงของเรา เป็นที่สนุกสนานมากเลยทีเดียว

     ปี่จากฟางข้าว เป็นของเล่นเราชอบมากที่สุด เพราะว่าเป่าแล้วมันมีเสียงออกมา ต้องแข่งกันว่าใครทำได้เสียงตังกว่ากัน

 




โดย Little Bird ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 18 พ.ย. 50 22:17 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 60,524 ครั้ง


ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 60,524 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่


เรื่องที่เกี่ยวข้อง